คำตอบสั้น ๆ: Shopee ให้ทราฟฟิกทันทีแต่แลกกับค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และการไม่ได้เป็นเจ้าของฐานลูกค้า ส่วน Shopify คือการลงทุนสร้าง “หน้าร้านของแบรนด์เอง” ที่กำไรต่อออเดอร์ดีกว่าและข้อมูลลูกค้าเป็นของคุณ 100% ธุรกิจที่โตอย่างยั่งยืนส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันอย่างมีกลยุทธ์
บทความนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดว่าขายบน Shopee กับมีเว็บ Shopify ของตัวเองต่างกันตรงไหน ค่าใช้จ่ายจริงเป็นอย่างไร และควรเริ่มจากอะไร
Shopee กับ Shopify: โมเดลที่ต่างกันตั้งแต่ราก
Shopee คือ Marketplace หรือ “ห้างออนไลน์” ที่มีคนเดินอยู่แล้วมหาศาล คุณเปิดร้านฟรี ลงสินค้าได้เลย และมีโอกาสขายได้ตั้งแต่วันแรก แลกกับการเล่นตามกติกาของแพลตฟอร์ม ทั้งค่าธรรมเนียม การจัดโปรโมชัน และการแข่งขันกับร้านอื่นที่ขายสินค้าคล้ายกันในหน้าเดียวกัน
Shopify คือการสร้างเว็บร้านค้าของตัวเอง เหมือนมีหน้าร้านบนถนนของคุณเอง ไม่มีคู่แข่งวางสินค้าข้าง ๆ ไม่มีใครมาเปลี่ยนกติกากลางทาง แต่คุณต้องพาคนเข้าร้านเอง ผ่านการทำ SEO คอนเทนต์ โซเชียล หรือโฆษณา
ตารางเปรียบเทียบ Shopify vs Shopee ปี 2026
| หัวข้อ | Shopify (เว็บของตัวเอง) | Shopee (Marketplace) |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น | ค่าแผนรายเดือน เริ่มราว $39/เดือน | เปิดร้านฟรี |
| ค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ | ค่าเกตเวย์ชำระเงินตามผู้ให้บริการ | ค่าคอมมิชชันราว 7.5–17% (ตามหมวด รวม VAT) + ค่าธุรกรรมราว 3.21% + ค่าแพลตฟอร์มต่อออเดอร์ |
| ทราฟฟิก | ต้องสร้างเอง (SEO, Ads, Social) | มีในแพลตฟอร์มทันที |
| ข้อมูลลูกค้า | เป็นของคุณทั้งหมด ทำ CRM ต่อได้ | อยู่กับแพลตฟอร์ม เข้าถึงได้จำกัด |
| การแข่งขันราคา | ต่ำกว่า ลูกค้าเทียบยากกว่า | สูงมาก เทียบราคาได้ในคลิกเดียว |
| การสร้างแบรนด์ | ควบคุมได้เต็มที่ | จำกัดตามรูปแบบร้านของแพลตฟอร์ม |
| ความเสี่ยงเชิงนโยบาย | ต่ำ | ค่าธรรมเนียมและกติกาปรับได้ตลอด |
หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียม Shopee เปลี่ยนแปลงเป็นระยะและต่างกันตามหมวดสินค้า ควรตรวจสอบจาก Seller Centre ล่าสุด
ต้นทุนจริงเมื่อยอดขายโต: จุดที่หลายร้านเพิ่งมาเห็น
ร้านใหม่มักมองว่า Shopee “ฟรี” และ Shopify “มีค่าใช้จ่าย” แต่เมื่อยอดขายโตภาพจะกลับด้าน สมมติยอดขายเดือนละ 300,000 บาท ค่าธรรมเนียมรวมของ Marketplace ที่ราว 10–15% คือ 30,000–45,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ค่าแผน Shopify บวกค่าเกตเวย์อยู่ราวหลักพันถึงหมื่นต้น ๆ ต่างกันหลายเท่าตัว
นี่ยังไม่รวมงบโฆษณาในแพลตฟอร์ม (Shopee Ads) ที่ร้านส่วนใหญ่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้สินค้าถูกมองเห็น ซึ่งทำให้ต้นทุนรวมต่อออเดอร์ของ Marketplace สูงขึ้นไปอีก บทเรียนคือ Marketplace เหมาะกับการ “หาลูกค้าใหม่” แต่กำไรระยะยาวอยู่ที่การพาลูกค้ามาซื้อซ้ำบนช่องทางของเราเอง
ข้อมูลลูกค้า: ทรัพย์สินที่ Marketplace ไม่ให้คุณ
จุดต่างที่มีมูลค่าที่สุดในระยะยาวคือข้อมูล บน Shopify คุณเห็นชื่อ อีเมล เบอร์ ประวัติการซื้อของลูกค้าทุกคน นำไปทำ Email Marketing, Remarketing, ระบบสมาชิก หรือเชื่อมเข้า CRM เพื่อดูแลลูกค้าต่อได้ทั้งหมด ต้นทุนการขายให้ลูกค้าเก่าต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่หลายเท่า
บน Shopee ลูกค้าคือ “ลูกค้าของแพลตฟอร์ม” คุณติดต่อได้ผ่านแชตในระบบเท่านั้น การสื่อสารนอกแพลตฟอร์มผิดกติกา เมื่อไหร่ที่อัลกอริทึมเปลี่ยนหรือคู่แข่งตัดราคา ฐานลูกค้าที่สะสมมาก็ไม่ได้อยู่กับคุณจริง ๆ
กลยุทธ์ที่แนะนำ: ใช้ทั้งคู่ให้ถูกบทบาท
สูตรที่ธุรกิจไทยจำนวนมากใช้ได้ผลคือ ใช้ Shopee เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่และระบายสินค้าโปรโมชัน เพราะทราฟฟิกเยอะและคนพร้อมซื้อ จากนั้นสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ เช่น ใบขอบคุณในกล่อง ส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไปบนเว็บ หรือชวนเข้า LINE OA แล้วพาลูกค้ามาซื้อซ้ำบนเว็บ Shopify ที่กำไรดีกว่าและเก็บข้อมูลได้
วิธีนี้ทำให้ Marketplace กลายเป็น “เครื่องมือการตลาด” แทนที่จะเป็นช่องทางเดียวที่ธุรกิจต้องพึ่งพา และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบายค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
สรุป: ควรเริ่มที่ไหน?
เริ่มที่ Shopee ถ้า: คุณเพิ่งเริ่มขาย ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าไปได้ไหม อยากทดสอบตลาดเร็วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายคงที่
เพิ่ม Shopify เมื่อ: สินค้าเริ่มขายได้สม่ำเสมอ มีลูกค้าซื้อซ้ำ และเริ่มรู้สึกว่าค่าธรรมเนียมกับสงครามราคากัดกินกำไร นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาสร้างบ้านของตัวเอง
ทำทั้งคู่ตั้งแต่แรกถ้า: คุณจริงจังกับการสร้างแบรนด์ระยะยาว เพราะ SEO และฐานลูกค้าบนเว็บของตัวเองต้องใช้เวลาสะสม ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบ
อยากมีหน้าร้านของตัวเองที่ทำงานคู่กับ Marketplace อย่างเป็นระบบ? ทีม Cipher ช่วยวางกลยุทธ์ช่องทางขาย สร้างร้าน Shopify เชื่อมระบบชำระเงิน-ขนส่งไทย และทำการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้าของแบรนด์คุณเอง บริการ Shopify Implementation หรือ ปรึกษาฟรี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ขายบน Shopee เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
โดยรวมประกอบด้วยค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า (ราว 7.5–17% รวม VAT) ค่าธรรมเนียมธุรกรรมราว 3.21% และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มต่อออเดอร์ รวมแล้วร้านทั่วไปมักเสียราว 10–20% ของยอดขายก่อนรวมค่าโฆษณา อัตราปรับเปลี่ยนเป็นระยะ ควรเช็คประกาศล่าสุดจาก Shopee Seller Centre
มีเว็บ Shopify แล้วยังควรขายบน Shopee ไหม?
ควร ถ้าสินค้าของคุณมีคนค้นหาบน Marketplace อยู่แล้ว เพราะเป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ที่เร็วที่สุด หัวใจคือการออกแบบเส้นทางให้ลูกค้าจาก Marketplace รู้จักแบรนด์และกลับมาซื้อซ้ำบนเว็บของคุณ ซึ่งทำให้กำไรเฉลี่ยต่อลูกค้าดีขึ้นเรื่อย ๆ
งบเท่าไหร่ถึงเริ่มทำเว็บ Shopify ได้?
ค่าแพลตฟอร์มเริ่มราว $39 ต่อเดือน (ราว 1,400 บาท) บวกค่าโดเมนรายปี ถ้าทำเองทั้งหมดงบเริ่มต้นอยู่หลักพันต่อเดือน ส่วนการจ้างมืออาชีพออกแบบร้านครบวงจรมีตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนขึ้นกับความซับซ้อน ซึ่งมักคุ้มเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียม Marketplace ที่จ่ายทุกเดือน
ลูกค้าไทยกล้าซื้อบนเว็บแบรนด์โดยตรงไหม?
พฤติกรรมเปลี่ยนไปมากแล้ว ลูกค้าไทยคุ้นกับการโอน PromptPay บัตรเครดิต และเก็บเงินปลายทางบนเว็บแบรนด์ ปัจจัยที่ทำให้กล้าซื้อคือความน่าเชื่อถือของเว็บ รีวิว ช่องทางติดต่อชัดเจน และระบบชำระเงินที่คุ้นเคย ซึ่งตั้งค่าได้ครบบน Shopify


