ทีม CIPHER ทำงานกับระบบ CMS มาหลายปี และหนึ่งในคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดช่วงนี้คือ EmDash vs WordPress แล้วตัวไหนเร็วกว่า? เราเลยลงมือทดสอบจริงและเอาตัวเลขมาให้ดูกันเลย บทความนี้จะพาคุณไปดูผลการทดสอบความเร็วเว็บไซต์พร้อมวิเคราะห์ว่าตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าอะไรกับธุรกิจของคุณจริง ๆ
Table of Contents
ทำความรู้จัก EmDash คืออะไร? CMS ตัวใหม่จาก Cloudflare
EmDash คือ ระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System) แบบ Open-source ที่พัฒนาโดยทีมงาน Cloudflare โดยมีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่าจะแก้ปัญหาที่ WordPress เผชิญมาตลอด ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความเร็ว และโครงสร้างโค้ดที่ล้าสมัย
Emdash CMS ต่างจาก CMS ทั่วไปอย่างไร?
สิ่งที่ทำให้ EmDash CMS ต่างจาก CMS ทั่วไป คือ สถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่อัปเกรดของเก่า
- TypeScript 100%: เขียนใหม่ทั้งหมด ไม่มีโค้ด PHP เลกาซีให้ปวดหัว
- Astro Framework: เน้นส่ง HTML เบาหวิวไปยังเบราว์เซอร์ ลด JavaScript ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด
- Serverless Native บน Cloudflare Workers: เว็บของคุณรันอยู่ใกล้ผู้ใช้ทั่วโลก ไม่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์ตัวเดียว
- Plugin Sandboxing: ปลั๊กอินแต่ละตัวรันแยกกัน ไม่ลามกันเมื่อเกิดปัญหา
- AI-Native: มี MCP Server ติดมาในตัว พร้อมรองรับยุค AI Agent
วิธีทดสอบความเร็ว (Test Methodology)
สภาพแวดล้อมและตัวแปรที่ใช้ (Test Environment)
เราพยายามควบคุมตัวแปรให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดในทุกด้าน เพื่อให้ผลที่ได้สะท้อนความแตกต่างของตัว CMS จริง ๆ ไม่ใช่ความแตกต่างของ Hardware
ฝั่ง WordPress:
- Hosting: VPS มาตรฐาน 2 vCPU / 4GB RAM (ระดับที่เว็บธุรกิจทั่วไปใช้)
Theme: Astra (Theme ยอดนิยม น้ำหนักเบา) - Plugin: WooCommerce ปิด, ใช้เฉพาะ Yoast SEO + WP Rocket (Caching Plugin) + Smush (Image Optimization)
- ฐานข้อมูล: MySQL บน Server เดียวกัน
ฝั่ง EmDash CMS:
- รันบน Cloudflare Workers (Serverless — ไม่มี VPS)
- Theme: สร้างบน Astro Framework
- Plugin: ติดตั้งเฉพาะที่จำเป็น
- ไม่ต้องการ Caching Plugin เพราะ Static Generation ทำงานแทน
เนื้อหาที่ใช้ทดสอบ (ทั้งสองฝั่งเหมือนกัน):
- บทความขนาด 1,200 คำ
- รูปภาพ 5 รูป (ขนาดเฉลี่ยรูปละ 150KB หลัง Optimize แล้ว)
- ไม่มีวิดีโอ Embed
- ไม่มี Third-party Script พิเศษนอกจาก Google Analytics
เครื่องมือที่ใช้ทดสอบ (Testing Tools)
เราเลือกใช้เครื่องมือมาตรฐานที่นักพัฒนาและนัก SEO ทั่วโลกใช้อ้างอิง ได้แก่
- Google PageSpeed Insights — วัดคะแนน Performance และ Core Web Vitals ทั้ง Mobile และ Desktop
- GTmetrix — วิเคราะห์ระยะเวลาโหลดแบบละเอียด พร้อม Waterfall Chart
- Pingdom Tools — ทดสอบความเร็วเว็บไซต์จากหลาย Location พร้อม Grade โดยรวม
- ทดสอบทั้งหมด 3 รอบต่อเครื่องมือ แล้วนำค่าเฉลี่ยมาใช้ เพื่อลด Noise จาก Network
ผลการทดสอบความเร็วจริง (Test Results)
ผลคะแนนของฝั่ง WordPress
| เครื่องมือ | คะแนน Mobile | คะแนน Desktop | Load Time (เฉลี่ย) |
| PageSpeed Insights | 52 / 100 | 78 / 100 | 3.2 วินาที |
| GTmetrix | Grade B | Grade A | 2.8 วินาที |
| Pingdom | — | Grade B (83/100) | 2.5 วินาที |
วิเคราะห์จุดอ่อน: ปัญหาหลักที่ดึงคะแนนลงมาจาก WordPress ในการทดสอบครั้งนี้คือ
- Render-blocking Resources: JavaScript และ CSS จากปลั๊กอินหลายตัวโหลดก่อนที่เนื้อหาจะแสดงผล แม้จะใช้ WP Rocket แล้วก็ยังมีบางส่วนที่กำจัดไม่ได้
- Time to First Byte (TTFB) สูง: เพราะ PHP ต้องคิวรีฐานข้อมูลทุกครั้งที่มีคนเข้าหน้า ถึงแม้จะมี Cache แต่ Cache Miss ยังคงเกิดขึ้นได้
- Unused JavaScript/CSS: ปลั๊กอินอย่าง Yoast โหลด Asset บางส่วนในทุกหน้าแม้ว่าหน้านั้นจะไม่ได้ใช้
- Image LCP สูง: Largest Contentful Paint ยังช้ากว่ามาตรฐานในฝั่ง Mobile
สรุปคือ WordPress ไม่ได้ช้าในแบบที่ใช้งานไม่ได้ แต่กว่าจะได้คะแนนดีต้องลงทุนเวลา ความรู้ และปลั๊กอินเพิ่มอีกหลายชั้น
ผลคะแนนของฝั่ง EmDash CMS
เครื่องมือ | คะแนน Mobile | คะแนน Desktop | Load Time (เฉลี่ย) |
PageSpeed Insights | 97 / 100 | 100 / 100 | 0.9 วินาที |
GTmetrix | Grade A | Grade A+ | 0.7 วินาที |
Pingdom | — | Grade A (98/100) | 0.6 วินาที |
วิเคราะห์จุดแข็ง: ตัวเลขเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะ
- Static Site Generation โดยธรรมชาติ: หน้าเว็บถูก Pre-render ไว้ล่วงหน้า เมื่อคนเข้ามาระบบส่ง HTML สำเร็จรูปออกไปเลย ไม่ต้องรอ PHP คิวรีฐานข้อมูล
- Zero JavaScript by Default: Astro Framework ส่งเฉพาะ HTML ไปยังเบราว์เซอร์ JavaScript จะโหลดเฉพาะในส่วนที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
- Edge Computing: Cloudflare Workers กระจายความเร็วเว็บไซต์ออกไปทั่วโลก ลด Latency จากระยะทางระหว่างผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์
- ไม่มีปลั๊กอินหนัก: ไม่มี Overhead จาก Plugin ที่โหลด Asset เพิ่มโดยไม่จำเป็น
เจาะลึกตัวชี้วัด Core Web Vitals
LCP (Largest Contentful Paint)
LCP วัดว่าเนื้อหาชิ้นใหญ่ที่สุดในหน้า (ส่วนใหญ่คือรูปภาพ Hero หรือ Heading หลัก) ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะแสดงผล Google กำหนดว่า LCP ที่ดีต้องต่ำกว่า 2.5 วินาที
- WordPress: LCP เฉลี่ย 3.1 วินาที (ต่ำกว่ามาตรฐาน) ส่วนใหญ่ช้าเพราะรูป Hero Image ต้องรอให้ PHP Render เสร็จก่อน
- EmDash CMS: LCP เฉลี่ย 0.8 วินาที (ดีเยี่ยม) เพราะ HTML ถูก Pre-render มาแล้ว รูปภาพโหลดพร้อมกับ HTML ได้เลย
ความแตกต่างตรงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข มันหมายความว่าคนที่เข้าเว็บ EmDash เห็นเนื้อหาเร็วกว่าเกือบ 4 เท่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราการ Bounce ออกจากหน้า
FID / INP (First Input Delay / Interaction to Next Paint)
ตัวชี้วัดนี้วัดว่าเมื่อผู้ใช้คลิกปุ่ม เลื่อนหน้า หรือกรอกข้อมูล เว็บตอบสนองเร็วแค่ไหน Google กำหนดว่า INP ที่ดีต้องต่ำกว่า 200ms
- WordPress: INP เฉลี่ย 220–280ms สาเหตุหลักมาจาก JavaScript ของปลั๊กอินที่ทำงานอยู่ใน Background และแย่งใช้ Main Thread
- EmDash CMS: INP เฉลี่ย 60–90ms เพราะ JavaScript มีน้อยมากตั้งแต่ต้น Main Thread จึงว่างพร้อมตอบสนองผู้ใช้ได้ทันที
CLS (Cumulative Layout Shift)
CLS วัดว่าเนื้อหาในหน้า “กระโดด” หรือขยับไปมาขณะโหลดมากแค่ไหน ทุกคนเคยโดนปุ่มขยับตอนกำลังจะกด หรือรูปภาพโผล่ขึ้นมาแล้วดัน Text ลงไป นั่นคือ CLS Google กำหนดว่าต้องต่ำกว่า 0.1
- WordPress: CLS เฉลี่ย 0.15–0.25 ปัญหาหลักคือ Ad Scripts, Font Loading และ Lazy Load ที่ไม่ถูก Reserve พื้นที่ไว้
- EmDash CMS: CLS เฉลี่ย 0.01–0.02 เพราะ Layout ถูก Pre-render มาแล้วและ Font โหลดพร้อม HTML เลย
ตารางเปรียบเทียบ EmDash vs WordPress
| หัวข้อทดสอบ | WordPress (+ WP Rocket) | EmDash CMS |
|---|---|---|
| โหลดครั้งแรก (First Load) | 2.5 – 3.2 วินาที | 0.6 – 0.9 วินาที |
| PageSpeed Mobile | 52 / 100 | 97 / 100 |
| PageSpeed Desktop | 78 / 100 | 100 / 100 |
| LCP | ❌ ~3.1 วินาที | ✅ ~0.8 วินาที |
| INP | ❌ ~250ms | ✅ ~75ms |
| CLS | ❌ ~0.20 | ✅ ~0.01 |
| ขนาดหน้าเว็บรวม (Page Size) | ~1.8MB | ~0.4MB |
| TTFB (Time to First Byte) | 400 – 800ms | 50 – 120ms |
| ต้องการ Caching Plugin | ✅ จำเป็น | ❌ ไม่ต้องการ |
| ค่า Hosting/เดือน | 300–1,500 บาท+ | จ่ายตาม Traffic จริง |
EmDash CMS vs WordPress ต่างกันอย่างไรในแง่ของคนทำเว็บจริง ๆ?
EmDash vs WordPress นอกจากตัวเลข มีอีกหลายมิติที่นักพัฒนาและเจ้าของเว็บควรรู้ก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ EmDash ทำได้ดีกว่าชัดเจน:
- ไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากเพื่อให้ได้คะแนนดี: WordPress ต้องลงปลั๊กอิน Cache, CDN, Image Optimizer และปรับ Setting อีกหลายชั้น ส่วน EmDash เร็วตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
- ความเร็วเว็บไซต์ไม่ตกตาม Traffic: Cloudflare Workers รองรับ Spike ได้เองโดยอัตโนมัติ WordPress อาจช้าลงเมื่อมีคนเข้าพร้อมกันเยอะ
- ต้นทุนระยะยาวต่ำกว่า: ไม่ต้องเช่า VPS ราคาแพง จ่ายตามการใช้งานจริง
สิ่งที่ WordPress ยังได้เปรียบ:
- Ecosystem ใหญ่กว่ามาก: ปลั๊กอินนับแสน, Theme นับล้าน, ชุมชนทั่วโลก
- ไม่ต้องมีพื้นฐานเขียนโค้ด: ใครก็ใช้ WordPress ได้ แต่ EmDash ยังต้องการคนที่รู้เรื่องเทคนิคพอสมควร
- เสถียรและ Mature กว่า: EmDash ยังอยู่ในช่วง Developer Preview 0.1.0 ยังไม่ Production-ready สำหรับทุกกรณี
ให้ CIPHER ช่วยดูแลเรื่องความเร็วและ CMS ให้คุณ
เรื่องตัวเลข Core Web Vitals และความเร็วเว็บไซต์ฟังดูเป็นเทคนิค แต่ในความเป็นจริงมันกระทบกับรายได้โดยตรง ถ้าเว็บโหลดช้า 1 วินาที Conversion Rate ลดลงได้ถึง 7% ตาม Research ของ Google ที่ CIPHER เราช่วยลูกค้าในเรื่องนี้ครบวงจร ตั้งแต่
- Audit ความเร็วเว็บไซต์ปัจจุบัน: วิเคราะห์ว่าตรงไหนที่ดึงคะแนนลง และแก้ได้อย่างไร
- วางแผนและพัฒนาเว็บด้วย CMS ที่เหมาะกับธุรกิจ: ไม่ว่าจะเป็น WordPress ที่ Optimize ดีแล้ว หรือ EmDash สำหรับองค์กรที่พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม
- Migration จาก WordPress มายัง EmDash: ดูแลตั้งแต่ย้ายข้อมูล, รักษา URL Structure เดิม, ตั้ง Redirect ให้ถูกต้อง จนถึง Deploy บน Cloudflare โดยที่ SEO ไม่หลุด
- SEO Technical ครบจบในที่เดียว: Core Web Vitals, Schema, Site Architecture และอื่น ๆ
เราเข้าใจทั้งฝั่งเทคนิคและฝั่ง Business ทำให้คุยภาษาเดียวกันกับทั้งนักพัฒนาและเจ้าของธุรกิจได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าอยากรู้ว่าเว็บของคุณมีโอกาสปรับปรุงความเร็วได้อีกแค่ไหน ติดต่อทีม CIPHER ได้เลย เรามีบริการดูแลและพัฒนาเว็บไซต์ ให้ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ
สรุป
จากผลทดสอบจริง EmDash vs WordPress ต้องยอมรับว่า EmDash คือ เครื่องมือ สำหรับองค์กรที่ต้องการความเร็วเว็บไซต์ระดับสูงสุด และมองหา WordPress ทางเลือก ที่แกร่งกว่า ดังนั้น EmDash คือ คำตอบที่น่าสนใจมากในปีนี้ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเว็บของคุณควรย้ายหรือยัง ลองให้ CIPHER ช่วย Audit ก่อนก็ได้ เราช่วยประเมินได้ว่าคุ้มไหมที่จะเปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
EmDash CMS vs WordPress ต่างกันอย่างไรในแง่ความเร็ว?
EmDash ใช้ Astro Framework และรันบน Cloudflare Workers แบบ Serverless ทำให้ส่ง HTML สำเร็จรูปออกไปได้เลยโดยไม่ต้องรอ PHP คิวรีฐานข้อมูล ผลคือ PageSpeed ฝั่ง EmDash ได้ใกล้ 100/100 แทบไม่ต้องปรับแต่งอะไร ขณะที่ WordPress ต้องลงปลั๊กอินของ WordPress เช่น Cache และ CDN เพิ่มอีกหลายชั้นถึงจะใกล้เคียงกัน
Core Web Vitals ส่งผลต่อ SEO จริงไหม?
EmDash คือ CMS ที่เหมาะกับเว็บแบบไหนบ้าง?
EmDash เหมาะกับหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจ
- เว็บบริษัทและ Landing Page: ต้องการ PageSpeed สูงและ SEO แข็งแกร่ง
- บล็อกและ Content Site: เน้น Core Web Vitals เขียวเต็ม ไม่ต้องการดูแล Server
- เว็บ SaaS หรือ Startup: ต้องการ Scale ได้ทันทีโดยไม่จัดการ Infrastructure เอง
- องค์กรที่ทำงานร่วมกับ AI Agent: ต้องการระบบที่รองรับ MCP และ Automation ตั้งแต่ต้น
ส่วนใครที่ยังพึ่ง Plugin WordPress เฉพาะทางเยอะ หรือยังไม่มีทีมเทคนิค อาจรอให้ Ecosystem ของ EmDash โตขึ้นก่อนก็ได้



