ChatGPT Ads คือโฆษณาที่แสดงอยู่ใต้คำตอบของ ChatGPT ในจังหวะที่ผู้ใช้กำลังหาข้อมูล เปรียบเทียบตัวเลือก หรือเตรียมตัดสินใจซื้อ ล่าสุด OpenAI ประกาศเริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 พร้อมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ทำให้ ChatGPT Ads ให้บริการแล้วมากกว่า 60 ประเทศ และธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลในไทยสามารถสมัครลงโฆษณาผ่าน Ads Manager ได้ด้วยตัวเอง
ตัวเลขที่ทำให้นักการตลาดต้องจับตา คือ ChatGPT มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนต่อสัปดาห์ และธุรกิจโฆษณาของ OpenAI ทำรายได้แตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (Annualized Revenue Run Rate) ภายในเวลาไม่ถึง 200 วันหลังเปิดตัว โดยมีผู้ลงโฆษณาหลายหมื่นราย ส่วนในไทย ข้อมูลของ AITools.xyz ระบุว่ามีการเข้าใช้เครื่องมือ AI ราว 130.56 ล้านครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 สูงเป็นอันดับ 26 ของโลกและอันดับ 4 ของอาเซียน
ช่องทางใหม่นี้มาถึงในปีที่สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลไทยปี 2026 จะอยู่ที่ 32,145 ล้านบาท ลดลง 0.3% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ DAAT ทำการสำรวจ และหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ AI ที่ทำให้แบรนด์ทบทวนการใช้งบ Paid Media ใหม่ คำถามของเจ้าของธุรกิจจึงไม่ใช่แค่ “ลงโฆษณาใน ChatGPT ได้ไหม” แต่คือ “เงินทุกบาทควรไปอยู่ที่ช่องทางไหน”
บทความนี้ CIPHER จะพาไปดูว่า ChatGPT Ads ทำงานอย่างไร มีประโยชน์อะไรต่อธุรกิจไทย คิดต้นทุนเป็นเงินบาทอย่างไร ธุรกิจแบบไหนเหมาะหรือควรระวัง พร้อมแผนทดลอง 30 วันที่นำไปใช้ได้จริง
ข้อมูลในบทความอัปเดต ณ วันที่ 25 กันยายน 2026
Table of Contents
ChatGPT Ads คืออะไร?
ChatGPT Ads คือแพลตฟอร์มโฆษณาของ OpenAI ที่ให้ธุรกิจแสดงโฆษณาภายใน ChatGPT โดยเริ่มทดสอบในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2026 ช่วงแรกเปิดให้เฉพาะแบรนด์ที่ทำงานผ่านทีมขาย เอเจนซี และพาร์ทเนอร์ ก่อนจะเปิดระบบ Self-serve ให้ธุรกิจทุกขนาดสร้างแคมเปญเองผ่าน OpenAI Ads Manager และทยอยขยายไปยังยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จนถึงไทยและอีก 6 ตลาดในเอเชีย
โฆษณาแสดงตรงไหน และใครจะเห็น
- ตำแหน่ง: แสดงใต้คำตอบของ ChatGPT โดยมีป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณาและแยกจากคำตอบอย่างชัดเจน
- องค์ประกอบ: ชื่อธุรกิจและโลโก้ (Favicon) พาดหัว คำอธิบาย รูปภาพ และลิงก์ไปยัง Landing Page
- ผู้ที่เห็นโฆษณา: ผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนแพ็กเกจ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ไม่มีโฆษณา
- ความถี่: โฆษณาไม่ได้ขึ้นทุกคำตอบ ระบบจะแสดงเมื่อประเมินว่าเกี่ยวข้องกับบทสนทนาจริง ผลศึกษาของ SE Ranking ในสหรัฐฯ พบโฆษณาใน 12,974 จาก 50,006 Prompt เชิงพาณิชย์ หรือราว 26%
- ความเป็นส่วนตัว: OpenAI ระบุว่าผู้ลงโฆษณาจะไม่เห็นเนื้อหาบทสนทนา ไม่มีการขายข้อมูลผู้ใช้ และโฆษณาไม่มีผลต่อคำตอบของ ChatGPT
ระบบเลือกโฆษณาจากอะไร
ChatGPT Ads ไม่มีการประมูล Keyword และไม่มีหน้าผลการค้นหาแบบ Google ระบบจะเลือกโฆษณาจากบริบทและเจตนาของบทสนทนาในขณะนั้น ร่วมกับเนื้อหาบน Landing Page พาดหัว คำอธิบายโฆษณา และ Context Hints ซึ่งเป็นคำอธิบายสั้น ๆ ที่ผู้ลงโฆษณากำหนดใน Ad Group ว่าสินค้าเหมาะกับความต้องการหรือสถานการณ์แบบไหน หากผู้ใช้เปิดการปรับโฆษณาให้เป็นส่วนตัว (Ad Personalization) ระบบอาจใช้สัญญาณบางส่วนจากการใช้งาน ChatGPT ประกอบด้วย
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ Context Hints ไม่ใช่ Exact-match Keyword และไม่ได้รับประกันว่าโฆษณาจะขึ้นในบทสนทนาใดบทสนทนาหนึ่ง จากนั้นระบบจะคัดเลือกโฆษณาผ่านการประมูลแบบ Second-price ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความเกี่ยวข้อง (Relevance-weighted Auction)
ChatGPT Ads ต่างจาก Google Ads และ Meta Ads อย่างไร
| ประเด็น | Google Search Ads | Meta Ads | ChatGPT Ads |
|---|---|---|---|
| สัญญาณหลักที่ใช้แสดงโฆษณา | Keyword ที่ผู้ใช้ค้นหา | ความสนใจ พฤติกรรม และกลุ่มเป้าหมาย | บริบทและเจตนาของบทสนทนา ร่วมกับ Context Hints |
| ข้อมูลที่ผู้ใช้บอก | คำค้นสั้น ๆ ไม่กี่คำ | ไม่ได้บอกความต้องการโดยตรง | อธิบายโจทย์ยาว มีทั้งงบ เงื่อนไข และบริบท |
| จังหวะที่เจอลูกค้า | ตอนกำลังค้นหา | ตอนเลื่อนดูฟีดหรือวิดีโอ | ตอนกำลังถาม เปรียบเทียบ และตัดสินใจ |
| ตำแหน่งโฆษณา | หน้าผลการค้นหา | ฟีด สตอรี่ และรีลส์ | ใต้คำตอบของ ChatGPT |
| รูปแบบการคิดเงินหลัก | จ่ายต่อคลิก (CPC) เป็นหลัก | มักคิดตามการแสดงผล และให้ระบบ Optimize ตามเป้าหมาย | CPM, CPC หรือแคมเปญ Conversions (oCPC / oCPM) |
7 ประโยชน์ของ ChatGPT Ads สำหรับธุรกิจไทย
เมื่อเข้าใจกลไกแล้ว มาดูว่าช่องทางนี้ให้อะไรกับธุรกิจที่ช่องทางเดิมให้ไม่ได้ หรือให้ได้ไม่เต็มที่
1. เจอลูกค้าในจังหวะที่กำลังตัดสินใจ
OpenAI อธิบายว่าคนจำนวนมากเข้ามาใช้ ChatGPT ตอนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจอยู่แล้ว เช่น กำลังเปรียบเทียบสินค้า วางแผนรีโนเวตบ้าน หรือหาข้อมูลก่อนเปลี่ยนงาน และ OpenAI ยังประเมินว่าราว 20% ของคำถามทั้งหมดเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ (อ้างอิงจาก Marketing Oops!) โฆษณาที่ปรากฏในจังหวะนี้จึงทำหน้าที่เหมือนตัวเลือกเพิ่มเติมที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังถามอยู่
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้พิมพ์ว่า “หาคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์สำหรับคนทำงาน งบไม่เกิน 5,000 บาท เรียนวันเสาร์ได้” ChatGPT จะตอบตามปกติก่อน แล้วโรงเรียนสอนภาษาที่มีคอร์สตรงเงื่อนไขมีโอกาสแสดงโฆษณาอยู่ด้านล่าง ต่างจากโฆษณาบนฟีดที่ต้องแย่งความสนใจจากคนที่ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย
2. เข้าใจ Intent ได้ลึกกว่า Keyword
บนหน้าค้นหา ผู้ใช้มักพิมพ์เพียง 2–3 คำ เช่น “คอร์สภาษาญี่ปุ่น” แต่ใน ChatGPT ผู้ใช้มักบอกทั้งงบประมาณ พื้นที่ เวลา และข้อจำกัดของตัวเอง OpenAI ระบุว่าบริบทที่ยาวและละเอียดกว่าการค้นหาทั่วไปนี้ ทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้ใช้ได้ตั้งแต่ช่วงพิจารณา (Consideration) ไปจนถึงช่วงตัดสินใจ
สำหรับตลาดไทยที่ผู้ใช้พิมพ์ปนไทยและอังกฤษ ใช้คำทับศัพท์ และสะกดได้หลายแบบ การจับคู่ด้วยบริบทช่วยลดภาระการไล่ทำ Keyword List ให้ครบทุกรูปแบบ แต่ย้ายงานไปอยู่ที่การเขียน Context Hints และ Landing Page ให้ชัดเจนแทน
3. แข่งกันที่ความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่งบ
เพราะการประมูลให้น้ำหนักกับความเกี่ยวข้องของโฆษณา การเสนอราคาสูงจึงไม่ได้การันตีว่าจะชนะเสมอ ธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่มีข้อเสนอเฉพาะทาง ตอบโจทย์ผู้ใช้ตรงจุด และมี Landing Page ที่อธิบายสินค้าได้ชัด จึงมีโอกาสแข่งกับแบรนด์ใหญ่ได้มากกว่าช่องทางที่ตัดสินด้วยงบเป็นหลัก
ข้อนี้สอดคล้องกับที่ Dave Dugan รองประธานและหัวหน้าฝ่าย Global Ads Solutions ของ OpenAI กล่าวไว้ว่า การขยายตลาดครั้งนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่แบรนด์ระดับโลกไปจนถึงผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มแคมเปญแรก
4. เริ่มต้นเองได้ งบยืดหยุ่น และเจาะพื้นที่ได้ละเอียด
- Self-serve: นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในไทยสมัครและสร้างแคมเปญได้เองผ่าน Ads Manager โดยไม่ต้องติดต่อทีมขาย
- งบขั้นต่ำต่ำมาก: OpenAI กำหนดงบขั้นต่ำรายวันสำหรับบัญชีที่เรียกเก็บเงินเป็นบาทไว้ที่ 33 บาทต่อวัน และเลือกได้ทั้งงบรายวันหรืองบรวมตลอดแคมเปญ (ถ้าตั้งราคาเสนอเอง งบรายวันต้องไม่ต่ำกว่าราคาเสนอสูงสุดของ Ad Group)
- เลือกพื้นที่ได้ละเอียด: นอกจากระดับประเทศ ยังเลือกภูมิภาค จังหวัด หรือเมืองได้ตามที่ระบบรองรับ
- เลือกแพลตฟอร์มได้: แยกยิงบน Android App, Android Web, Desktop Web, iOS App และ iOS Web
- มีตัวช่วยร่างโฆษณา: ใส่ URL เว็บไซต์แล้วระบบจะดึงชื่อธุรกิจ โลโก้ ข้อความ และภาพจากเว็บไซต์มาร่างเป็นโฆษณาตัวอย่าง ให้ตรวจและแก้ไขก่อนใช้งาน โดยหน้าจอแนะนำภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 800 × 800 พิกเซล
5. วัดผลได้ถึง Conversion และเชื่อมกับ CRM
ChatGPT Ads วัด Conversion ได้ผ่าน OpenAI Pixel บนเว็บไซต์ และ Conversions API ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เมื่อข้อมูลพร้อมก็เลือกแคมเปญแบบ Conversions ให้ระบบ Optimize หาคนที่มีแนวโน้มซื้อหรือกรอกฟอร์ม โดยยังคิดเงินตามคลิก (oCPC) หรือตามการแสดงผล (oCPM) ไม่ได้คิดเงินต่อ Conversion รายงานใน Ads Manager แสดง Impressions, Clicks, Spend, CTR, CPC เฉลี่ย, CPM เฉลี่ย และ Conversions แยกดูตามอุปกรณ์ ประเทศ และแพลตฟอร์มได้ พร้อมเลือก Attribution Window แบบคลิก 7, 14 หรือ 30 วัน
สำหรับธุรกิจที่ใช้ HubSpot อยู่แล้ว OpenAI ระบุว่าการเชื่อมต่อกับ HubSpot เปิดให้ลูกค้า HubSpot ใช้ได้ในทุกประเทศที่ ChatGPT Ads ให้บริการ ทำให้สร้างแคมเปญ ติดตามว่าโฆษณาไหนสร้าง Contact และ Deal และส่ง Conversion Event เช่น การส่งฟอร์มหรือการเปลี่ยน Lifecycle Stage กลับไปให้ระบบเรียนรู้ได้ ภายใต้ความยินยอมของผู้ใช้ ข้อนี้สำคัญมากในปีที่ DAAT ระบุว่าการทำ Attribution และ Measurement เป็นหนึ่งในความท้าทายหลักของนักการตลาด
6. แบรนด์ปลอดภัย โฆษณาแยกจากคำตอบชัดเจน
Ad Policies ของ OpenAI กำหนดไม่ให้โฆษณาไปอยู่ใกล้บทสนทนาที่อ่อนไหว เช่น เรื่องสุขภาพกายและใจของผู้ใช้ หรือบทสนทนาที่ผู้ใช้พึ่งพาทางอารมณ์ และไม่ให้แสดงใกล้เนื้อหาที่ไม่ปลอดภัยต่อแบรนด์ เช่น การเมือง ความรุนแรง ข้อมูลเท็จ หรือการพนัน ทุกโฆษณาและ Landing Page ต้องผ่านการรีวิวก่อนแสดงผล และโฆษณาต้องไม่เลียนแบบหน้าตาหรือน้ำเสียงของ ChatGPT ผู้ใช้จึงแยกได้ว่าอะไรคือคำตอบและอะไรคือโฆษณา ซึ่งช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของทั้งผู้ใช้และแบรนด์
7. ได้เปรียบผู้เริ่มก่อน และต่อยอดงาน SEO / GEO ได้
ในช่วงที่ตลาดไทยเพิ่งเปิด OpenAI ยังไม่เปิดเผย Benchmark ของ Conversion Rate, CPA หรือ ROAS สำหรับประเทศไทย ธุรกิจที่เริ่มทดลองก่อนจึงได้เก็บข้อมูลของตัวเอง และเรียนรู้ว่าข้อความหรือ Context Hints แบบไหนได้ผล ก่อนที่การแข่งขันจะสูงขึ้น
อีกข้อดีคือ OpenAI ใช้ Crawler ชื่อ OAI-AdsBot เข้ามาอ่าน Landing Page เพื่อตรวจความปลอดภัยตามนโยบาย และประเมินว่าควรแสดงโฆษณาเมื่อไร งานปรับเว็บไซต์ให้ AI อ่านเข้าใจง่าย เช่น เนื้อหาชัดเจน โครงสร้างหัวข้อดี และตอบคำถามลูกค้าได้ตรง จึงช่วยทั้งฝั่งโฆษณาและโอกาสที่แบรนด์จะถูกกล่าวถึงในคำตอบแบบ Organic ของ AI ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับการทำ AEO และ GEO ในยุค AI Search
วิเคราะห์ ChatGPT Ads สำหรับตลาดไทย: คุ้มไหม และใครเหมาะ
ประโยชน์ทั้ง 7 ข้อเป็นภาพรวมของแพลตฟอร์ม แต่ก่อนใช้งบจริง ธุรกิจไทยควรดูอีก 4 เรื่องที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าโดยตรง
1) ต้นทุนเมื่อคิดเป็นเงินบาท
OpenAI แนะนำให้แคมเปญแบบจ่ายต่อคลิกเริ่มตั้งราคาเสนอสูงสุด (Max CPC) ที่ 3–5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100–167 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33.4 บาทต่อดอลลาร์ ณ ปลายเดือนกันยายน 2026) ตัวเลขนี้สูงกว่าค่า CPC เฉลี่ยของ Google Ads ในไทยหลายเท่า เมื่อดูจากข้อมูล Keywords Explorer ของ Ahrefs
| คำค้นบน Google (ประเทศไทย) | CPC เฉลี่ยโดยประมาณ |
|---|---|
| ระบบ CRM | 0.60 ดอลลาร์ (ราว 20 บาท) |
| คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ | 0.40 ดอลลาร์ (ราว 13 บาท) |
| รถยนต์ไฟฟ้า | 0.25 ดอลลาร์ (ราว 8 บาท) |
| ครีมกันแดด | 0.09 ดอลลาร์ (ราว 3 บาท) |
อย่างไรก็ตาม ราคาเสนอสูงสุดไม่ใช่ราคาที่ต้องจ่ายจริง เพราะระบบใช้การประมูลแบบ Second-price และตลาดไทยเพิ่งเปิด ต้นทุนจริงจึงยังไม่มีใครรู้แน่ชัด ขณะที่ในสหรัฐฯ ผู้ลงโฆษณาบางรายรายงาน CPC ต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ แต่บางรายสูงถึง 10–13 ดอลลาร์ วิธีที่ปลอดภัยกว่าการตั้งตามตัวเลขแนะนำ คือคำนวณ Max CPC ที่คุ้มทุน ของธุรกิจตัวเองก่อน
Max CPC ที่คุ้มทุน = มูลค่าต่อ Conversion × Conversion Rate × Gross Margin
| ธุรกิจตัวอย่าง | มูลค่าต่อ Conversion | Conversion Rate (สมมติ) | Gross Margin (สมมติ) | Max CPC ที่คุ้มทุน |
|---|---|---|---|---|
| สกินแคร์ขายออนไลน์ | 590 บาทต่อออเดอร์ | 3% | 50% | ราว 9 บาท |
| คอร์สภาษาออนไลน์ | 4,900 บาทต่อคอร์ส | 2% | 60% | ราว 59 บาท |
| แพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศ | 39,900 บาทต่อคน | 1% | 15% | ราว 60 บาท |
| ซอฟต์แวร์ B2B (ดีล 150,000 บาท ปิดได้ 10% ของ Lead) | 15,000 บาทต่อ Lead | 3% (กรอกฟอร์ม) | 40% | ราว 180 บาท |
จากตัวอย่างนี้ ที่ระดับราคาเสนอ 100–167 บาท มีเพียงสินค้าหรือบริการมูลค่าสูงที่ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจ อย่างซอฟต์แวร์ B2B ที่คุ้มทุนได้ตั้งแต่แรก ส่วนสินค้าราคาต่อชิ้นต่ำควรตั้งราคาเสนอไม่เกินจุดคุ้มทุน เพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์ด้วยชุดสินค้า (Bundle) หรือใช้แคมเปญแบบ Views (CPM) เมื่อเป้าหมายคือการสร้างการรับรู้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคิด ควรแทนค่าด้วยข้อมูลจริงของธุรกิจ
2) ใครเห็นโฆษณา และใครที่ยังเข้าไม่ถึง
- คนทำงานในองค์กรอาจไม่เห็นโฆษณา: ผู้ที่ใช้ ChatGPT ผ่านบัญชี Business หรือ Enterprise ขององค์กรจะไม่เห็นโฆษณา ธุรกิจ B2B จึงอาจเข้าถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจได้น้อยกว่าที่คาด และ OpenAI ยังไม่เปิดเผยว่าผู้ใช้ในไทยใช้แพ็กเกจ Free และ Go มากน้อยแค่ไหน
- Custom Audience ต้องมีฐานใหญ่: การเลือกยิงเฉพาะกลุ่มจากรายชื่อลูกค้า (Inclusion) ต้องจับคู่ผู้ใช้ได้อย่างน้อย 25,000 ราย ซึ่ง SME ไทยส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง แต่ใช้รายชื่อลูกค้าเดิมเพื่อตัดออก (Exclusion) ได้แม้กลุ่มจะเล็กกว่า ช่วยไม่ให้เสียเงินกับคนที่ซื้อไปแล้ว คล้ายหลักการที่ใช้ในการทำ Remarketing
- ธุรกิจท่องเที่ยวต้องวางแผนเรื่องภาษา: นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในไทยอาจถาม ChatGPT เป็นภาษาอังกฤษ โรงแรม ร้านอาหาร และทัวร์จึงควรมีโฆษณาและ Landing Page ภาษาอังกฤษด้วย ส่วนการยิงไปยังประเทศอื่น บัญชี Self-serve ใหม่บางบัญชีจะยิงได้เฉพาะในประเทศของบัญชีก่อน จนกว่าจะยืนยันตัวตนผ่านและมียอดใช้จ่ายถึงเกณฑ์
3) อุตสาหกรรมไหนเหมาะ อุตสาหกรรมไหนต้องระวัง
ในช่วงเริ่มต้น OpenAI เน้นกลุ่มสินค้าอุปโภคและของใช้ในบ้าน บริการในพื้นที่ ท่องเที่ยวและความบันเทิง รวมถึงสินค้าดิจิทัลและการศึกษา ขณะที่บริการทางการเงิน บริการสุขภาพ และบริการด้านกฎหมาย ยังพิจารณาเป็นรายกรณีเฉพาะในสหรัฐฯ และโดยทั่วไปยังไม่อนุญาตในตลาดอื่น เมื่อนำนโยบายนี้มาเทียบกับกลุ่มธุรกิจที่ใช้งบโฆษณาดิจิทัลสูงในไทยจากรายงานของ DAAT จะเห็นภาพดังนี้
| กลุ่มธุรกิจ | ความเหมาะสม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| สกินแคร์และเครื่องสำอาง (สกินแคร์ใช้งบสูงสุด คาด 6,185 ล้านบาทในปี 2026) | ลงได้ในฐานะสินค้าอุปโภค | ห้ามอ้างผลทางการแพทย์ เช่น รักษาสิวหรือฝ้า และห้ามเคลมผลลัพธ์เกินจริง |
| วิตามินและอาหารเสริม (คาดโต 18% เป็น 1,122 ล้านบาท) | ต้องระวังมาก | นอกสหรัฐฯ หมวดสุขภาพยังไม่เปิด และห้ามอ้างสรรพคุณที่ไม่มีหลักฐานรองรับ อาจลงได้เฉพาะสินค้าโภชนาการทั่วไปที่วางขายในร้านค้าปลีกรายใหญ่และไม่อ้างผลต่อสุขภาพ |
| เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม ร้านอาหาร และค้าปลีก | เหมาะ | Landing Page ต้องไม่พาไปสู่สินค้าแอลกอฮอล์ |
| มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร และยานยนต์ | มีแนวโน้มลงได้ในฐานะสินค้าอุปโภค เหมาะกับการเปรียบเทียบรุ่นและสเปก | ข้อเสนอสินเชื่อ ลีสซิ่ง หรือบัตรเครดิต เข้าข่ายหมวดการเงินที่ยังไม่เปิดในไทย |
| อสังหาริมทรัพย์ | ต้องตรวจนโยบายก่อน | นโยบายห้ามโฆษณาขายหรือให้เช่าที่อยู่อาศัยแบบระบุรายการ ลิงก์ไปแพลตฟอร์มรวมประกาศได้หากไม่อ้างถึงรายการใดรายการหนึ่ง |
| ท่องเที่ยว โรงแรม การศึกษา ซอฟต์แวร์ และสินค้าดิจิทัล | เหมาะมาก ตรงกับกลุ่มที่ OpenAI เน้น | เตรียมเนื้อหาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ |
| การเงิน ประกัน คลินิก โรงพยาบาล และบริการกฎหมาย | ยังลงในไทยไม่ได้ในช่วงนี้ | ยกเว้นเครื่องมือหรือคอร์สความรู้ด้านการเงินที่ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน |
| แอลกอฮอล์ ยาสูบ การพนัน การเมือง และเนื้อหาผู้ใหญ่ | ไม่อนุญาต | รวมถึงแอปหาคู่และสินค้าปลอม |
ตารางนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นจาก Ad Policies ของ OpenAI ฉบับอัปเดต 10 กันยายน 2026 นโยบายอาจเปลี่ยนได้ตลอด และทุกโฆษณาต้องผ่านการรีวิวของ OpenAI ก่อนแสดงผล
4) ภาษาไทยและ Landing Page คือตัวตัดสิน
เมื่อระบบใช้ทั้งบทสนทนา ข้อความโฆษณา Context Hints และเนื้อหาบน Landing Page ในการตัดสินใจแสดงโฆษณา คุณภาพของเนื้อหาภาษาไทยจึงสำคัญพอ ๆ กับการตั้งค่าแคมเปญ แนวทางที่ควรทำมีดังนี้
- เขียน Context Hints เป็นภาษาธรรมชาติที่อธิบายสินค้า ปัญหาของลูกค้า และสถานการณ์ที่เหมาะ เช่น “คอร์สภาษาญี่ปุ่นออนไลน์สำหรับคนทำงาน เรียนวันเสาร์ ปูพื้นฐานถึงระดับ N5 ภายใน 6 เดือน” แทนการใส่คำค้นเป็นรายการ
- แยกชุดโฆษณาและ Landing Page ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ แทนการแปลชุดเดียวแล้วใช้ร่วมกัน
- ใช้ Landing Page เฉพาะของแต่ละข้อเสนอ ไม่พาไปหน้าแรกของเว็บไซต์
- รวมข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ตัดสินใจ เช่น ราคา เงื่อนไข และรีวิว ไว้ในหน้าเดียวกัน
สรุปการวิเคราะห์: ใครควรเริ่มก่อน
- ควรเริ่มทดลองทันที: ซอฟต์แวร์และบริการ B2B ที่ไม่ใช่หมวดการเงิน สถาบันการศึกษาและคอร์สเรียน ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารในเมืองท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าราคาสูงที่ลูกค้าต้องเปรียบเทียบ เช่น เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- เริ่มได้แต่ต้องวางแผนละเอียด: สกินแคร์และเครื่องสำอาง (ระวังการเคลม) ยานยนต์และมือถือ (ตัดข้อเสนอด้านสินเชื่อออก) อสังหาริมทรัพย์ (ตรวจนโยบายที่อยู่อาศัย) และสินค้าราคาต่ำ (คุมต้นทุนต่อคลิก)
- ยังไม่ใช่ตอนนี้: การเงิน ประกัน สุขภาพ และกฎหมาย ควรลงทุนกับเนื้อหาและ GEO เพื่อให้ถูกกล่าวถึงในคำตอบของ AI ไปก่อน ดูแนวทางได้ใน AEO กับ SEO ต่างกันอย่างไร
แผนทดลอง ChatGPT Ads 30 วันสำหรับธุรกิจไทย
เป้าหมายของเดือนแรกคือการได้ข้อมูลจริงมาเทียบกับช่องทางเดิม ไม่ใช่การหวังยอดขายก้อนใหญ่ แผนด้านล่างออกแบบให้ใช้งบน้อยและตัดสินใจได้ภายใน 4 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 1: เตรียมเว็บไซต์และระบบวัดผล
- เลือก 1 ข้อเสนอที่มี Margin ดีและมี Landing Page เฉพาะ
- ตรวจ robots.txt, Firewall, CDN และระบบกันบอต ให้ OAI-AdsBot เข้าถึง Landing Page ได้ (OpenAI แนะนำให้อนุญาต OAI-SearchBot ด้วย) รวมถึงไม่มี CAPTCHA หน้า Login หรือการบล็อกผู้เข้าชมจากต่างประเทศมาขวาง ส่วนเว็บที่ใช้ Cloudflare ระบบรู้จัก OAI-AdsBot อยู่แล้ว หากไม่แน่ใจเรื่องการตั้งค่า ดูตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยได้ใน 10 ปัญหา Technical SEO
- ติดตั้ง OpenAI Pixel ผ่านระบบ Cookie Consent ให้สอดคล้องกับ PDPA หากทำได้ให้ส่ง Conversions API คู่กัน โดยใช้ Event ID เดียวกันเพื่อไม่ให้นับซ้ำ
- ตรวจว่า Redirect บนเว็บไม่ตัดพารามิเตอร์ oppref ที่ระบบแนบมากับคลิก เพราะ Pixel ใช้ค่านี้จับคู่ Conversion กับโฆษณา
- กำหนด Conversion ให้ชัด เช่น ส่งฟอร์ม ขอใบเสนอราคา กดเพิ่มเพื่อน LINE หรือซื้อสินค้า
สัปดาห์ที่ 2: สร้างแคมเปญแรก
- เลือกเป้าหมาย Clicks (CPC) ถ้ายังไม่มีข้อมูล Conversion หรือ Conversions (oCPC) ถ้าระบบวัดผลพร้อมแล้ว
- ใช้งบแบบรายวันตามที่ OpenAI แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น และตั้งราคาเสนอไม่เกิน Max CPC ที่คุ้มทุน
- กำหนดพื้นที่ระดับประเทศหรือจังหวัดตามพื้นที่ที่ขายจริง
- สร้าง 2–3 Ad Group ตามสถานการณ์ของลูกค้า แต่ละกลุ่มมี Context Hints ของตัวเอง และมีโฆษณา 3–5 แบบที่ชูประโยชน์ต่างกัน
สัปดาห์ที่ 3: อ่านข้อมูลและปรับ
- ดู Impressions, CTR, CPC เฉลี่ย และ Conversions แยกตาม Ad Group และแพลตฟอร์ม
- Impressions และ Clicks อัปเดตราวทุก 15 นาที แต่ยอดใช้จ่ายช้ากว่าประมาณ 7–8 ชั่วโมง และ Conversion อาจใช้เวลา 24–48 ชั่วโมงกว่าจะขึ้นในรายงาน จึงไม่ควรตัดสินจากตัวเลขระหว่างวัน
- หยุดโฆษณาที่ CTR ต่ำ ปรับ Context Hints ให้เฉพาะเจาะจงขึ้น และปรับ Landing Page ให้ตรงกับข้อความโฆษณา
สัปดาห์ที่ 4: เทียบกับช่องทางเดิม แล้วตัดสินใจ
- เทียบ Cost per Lead หรือ CPA กับ Google Ads และ Meta Ads ที่ใช้อยู่
- ดูคุณภาพ Lead ใน CRM ว่ากลายเป็นลูกค้าจริงแค่ไหน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนคลิก
- ตัดสินใจว่าจะเพิ่มงบ ปรับกลยุทธ์ หรือหยุด โดยให้เวลาแคมเปญมากพอที่จะเก็บข้อมูลได้จริง
ปิดการขายให้ได้จริง: ChatGPT Ads → Landing Page → LINE OA → CRM
ธุรกิจไทยจำนวนมากปิดการขายผ่านแชท โดยเฉพาะ LINE คลิกจาก ChatGPT Ads จึงควรเป็นจุดเริ่มของ Customer Journey ที่วัดผลได้ครบทุกขั้น ไม่ใช่จบแค่ยอดคลิก
- Landing Page: รับคลิกด้วยหน้าที่ตรงกับข้อความโฆษณาและติด OpenAI Pixel ไว้เรียบร้อย
- LINE OA หรือฟอร์ม: ให้ปุ่มเพิ่มเพื่อน LINE หรือฟอร์มขอข้อมูลเป็น Conversion Event เพราะถ้าส่งคลิกตรงไปที่ LINE ทันที Pixel บนเว็บจะวัด Conversion ไม่ได้
- CRM: บันทึก Lead พร้อมแหล่งที่มาว่าเป็น ChatGPT Ads เพื่อดูว่าช่องทางนี้สร้างยอดขายจริงเท่าไร
- Automation: ใช้ Marketing Automation ติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และส่ง Conversion กลับไปให้ ChatGPT Ads เรียนรู้ภายใต้ความยินยอมของลูกค้า
ธุรกิจที่อยากต่อยอดให้ลูกค้าจองคิว ลงทะเบียน หรือสะสมแต้มได้ใน LINE ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ใน LINE LIFF สำหรับ SME ทิศทางนี้ยังสอดคล้องกับที่ OpenAI กำลังทดสอบรูปแบบ Sponsored Agents ในสหรัฐฯ ซึ่งเปิดบทสนทนากับ Agent ของธุรกิจหลังผู้ใช้คลิกโฆษณา และเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ Agentic Commerce ธุรกิจที่เตรียมข้อมูลสินค้า คำตอบคำถามที่พบบ่อย และระบบหลังบ้านไว้พร้อม จะปรับตัวได้เร็วเมื่อรูปแบบใหม่ ๆ เปิดให้ใช้ในไทย
สรุป
ChatGPT Ads คือช่องทางโฆษณาใหม่ที่เจอลูกค้าในจังหวะกำลังถาม เปรียบเทียบ และตัดสินใจ จุดแข็งอยู่ที่ Intent ที่ละเอียดกว่า Keyword การประมูลที่ให้น้ำหนักกับความเกี่ยวข้อง งบเริ่มต้นที่ยืดหยุ่น และการวัดผลที่เชื่อมถึง CRM ได้
สำหรับธุรกิจไทย สิ่งที่ต้องคิดก่อนใช้งบคือ ต้นทุนต่อคลิกเมื่อคิดเป็นเงินบาท กลุ่มผู้ใช้ที่เห็นโฆษณา นโยบายของแต่ละอุตสาหกรรม และคุณภาพเนื้อหาภาษาไทยบน Landing Page วิธีเริ่มที่เหมาะคือทดลองเล็ก ๆ ด้วยราคาเสนอที่คุ้มทุน วัดผลให้ถึงยอดขาย แล้วเทียบกับช่องทางเดิมก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ
หากต้องการเริ่มใช้ ChatGPT Ads อย่างเป็นระบบ CIPHER ช่วยได้ตั้งแต่ตรวจความพร้อมของเว็บไซต์ ติดตั้งระบบวัดผลที่สอดคล้องกับ PDPA ทำ Landing Page เชื่อมต่อ LINE OA และ CRM อย่าง HubSpot ไปจนถึงวางแผนแคมเปญผ่านบริการ Online Advertising สามารถติดต่อ CIPHER เพื่อวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้
คำถามที่พบบ่อย
ChatGPT Ads เปิดให้ใช้ในประเทศไทยแล้วหรือยัง?
เปิดแล้ว OpenAI เริ่มทยอยเปิดให้บริการในไทยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 และธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลในไทยสมัครใช้ Ads Manager แบบ Self-serve ได้ที่ ads.openai.com
ลงโฆษณาใน ChatGPT ต้องใช้งบเท่าไร?
ไม่มีราคาตายตัว เพราะราคาเกิดจากการประมูล งบขั้นต่ำรายวันสำหรับบัญชีสกุลเงินบาทอยู่ที่ 33 บาท แต่ถ้าตั้งราคาเสนอเอง งบรายวันต้องไม่ต่ำกว่าราคาเสนอสูงสุด ส่วนราคาเสนอที่ OpenAI แนะนำสำหรับแคมเปญแบบคลิกคือ 3–5 ดอลลาร์ต่อคลิก ซึ่งควรเทียบกับ Max CPC ที่คุ้มทุนของธุรกิจก่อนตั้งจริง
ต้องจ้างเอเจนซีหรือไม่?
ไม่จำเป็น ธุรกิจเปิดบัญชี Self-serve ได้เอง โดยบัญชีต้องเป็นชื่อของธุรกิจผู้ลงโฆษณาซึ่งเป็นผู้ยืนยันตัวตนและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เอเจนซีเข้ามาช่วยได้เมื่อต้องวางระบบวัดผล เชื่อมต่อ CRM หรือบริหารหลายแคมเปญพร้อมกัน
โฆษณามีผลต่อคำตอบของ ChatGPT หรือไม่?
OpenAI ยืนยันว่าโฆษณาไม่มีผลต่อคำตอบของ ChatGPT โฆษณาแสดงแยกจากคำตอบพร้อมป้ายกำกับ และผู้ลงโฆษณาไม่ได้รับเนื้อหาบทสนทนาของผู้ใช้
ธุรกิจแบบไหนยังลงโฆษณาใน ChatGPT ไม่ได้?
ในไทยช่วงนี้ บริการทางการเงิน บริการสุขภาพ และบริการด้านกฎหมายยังไม่เปิด รวมถึงหมวดที่ไม่อนุญาตในทุกประเทศ เช่น แอลกอฮอล์ ยาสูบ การพนัน การเมือง เนื้อหาผู้ใหญ่ และสินค้าปลอม
ChatGPT Ads ต่างจากการทำ GEO อย่างไร?
ChatGPT Ads คือการซื้อพื้นที่โฆษณาใต้คำตอบ จ่ายเงินแล้วควบคุมข้อความได้ ส่วน GEO (Generative Engine Optimization) คือการปรับเนื้อหาให้ AI หยิบไปอ้างอิงในคำตอบแบบ Organic ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาแต่ใช้เวลานานกว่า ทั้งสองอย่างใช้พื้นฐานเดียวกันคือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาชัดเจนและ AI เข้าถึงได้ จึงควรทำควบคู่กัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- OpenAI: ChatGPT Ads expands to Southeast Asia and Taiwan
- OpenAI: ChatGPT Ads reaches $1 billion in annualized revenue run rate
- OpenAI: Ad Policies
- OpenAI Help Center: Ads in ChatGPT
- OpenAI Help Center: Create Campaigns for ChatGPT Ads
- OpenAI Help Center: Measure Results
- OpenAI Help Center: Conversion Measurement
- OpenAI Help Center: Advertiser Guidance for Allowing OpenAI Web Crawlers
- OpenAI Help Center: Set up ChatGPT Ads in HubSpot
- Marketing Oops!: 10 แนวโน้มโฆษณาดิจิทัล ปี 2026 จาก DAAT และ Kantar
- Marketing Oops!: สรุปทุกเรื่องต้องรู้ ChatGPT Ads เปิดตัวในไทย
- Nation Thailand: Thailand ranks 26th for AI traffic as ChatGPT dominates
- Search Engine Journal: OpenAI Allows Some Health & Finance Ads In ChatGPT
- MediaPost: ChatGPT Ad Results Are Not Yet Clear

