SEO Tools เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Cipher บริษัทเอเจนซี่ชั้นนำด้านการทำ SEO ได้นำ SEO Tools มาช่วยในการวิเคราะห์เว็บไซต์ของลูกค้า เพื่อสร้างการมองเห็นที่ดีขึ้นและช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับแรกบนผลการค้นหา การเลือก เครื่องมือทำ SEO ที่เหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละเครื่องมือมีลักษณะการทำงาน ฟังก์ชัน และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน Cipher พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเลือกใช้ SEO Marketing Tools ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด
Table of Contents
SEO Tools คืออะไร?
SEO Tools คือ โปรแกรมหรือแพลตฟอร์มที่ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ เพื่อให้ติดอันดับในผลการค้นหาอย่างมีคุณภาพ โดย เครื่องมือ SEO เหล่านี้จะครอบคลุมตั้งแต่การค้นหา Keyword วิเคราะห์เนื้อหา ตรวจสอบลิงก์ย้อนกลับ และวัดผลการดำเนินงาน SEO นอกจากนี้ SEO Tools ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ Search Engines ต้องการ ทั้งในเชิงเทคนิคและคอนเทนต์ ส่งผลให้เว็บไซต์มีการเข้าถึงสูงขึ้นและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย
SEO Tools สำคัญอย่างไรต่อเว็บไซต์?
ประเภทของ SEO Tools มีอะไรบ้าง?
1. Keyword Tool
2. Ranking Tool
3. Content SEO Tool
4. Website Audit
5. Copy Audit
6. Technical SEO Tool
7. Outreach SEO
8. AMP Testing
แนะนำ 17 เครื่องมือ SEO Tools ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์
1. Ahrefs
Ahrefs คือ หนึ่งใน SEO Tools ที่โดดเด่นด้านการวิเคราะห์ลิงก์ย้อนกลับและคำค้นหาแบบเชิงลึก มีฐานข้อมูล Backlink ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่วยให้สามารถตรวจสอบกลยุทธ์ของคู่แข่ง วิเคราะห์โอกาสการทำอันดับของคีย์เวิร์ด และติดตามประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้อย่างรอบด้าน ถือเป็นเครื่องมือ SEO Marketing Tools ที่มืออาชีพหลายคนเลือกใช้ในการวางกลยุทธ์ระยะยาว
จุดเด่น
Ahrefs ครอบคลุมเครื่องมือทำ SEO ด้าน Off-page SEO และ Keyword Research ได้หลากหลาย
- วิเคราะห์ลิงก์ย้อนกลับแบบละเอียด (Backlink Profile)
- วิเคราะห์ Domain Authority และ Referring Domains
- ติดตามอันดับคำค้นหาของเว็บไซต์และคู่แข่งแบบเรียลไทม์
- ค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดใหม่ที่มีศักยภาพสูง
2. Google Analytics
จุดเด่น
เป็น SEO Software ที่ผสานข้อมูลเชิงลึกจาก Google เพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำ
- แสดงข้อมูลผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์และรายวัน
- วัดพฤติกรรมผู้ใช้งาน เช่น เวลาใช้งาน จำนวนหน้าเฉลี่ยต่อเซสชัน
- วิเคราะห์แหล่งที่มาของทราฟฟิก เช่น Organic Search, Referral, Direct, Social
- กำหนด Conversion Goal เพื่อติดตามการซื้อ การกรอกฟอร์ม หรือเหตุการณ์เฉพาะ
3. Yoast SEO
Yoast SEO คือ ปลั๊กอินยอดนิยมสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่ช่วยวิเคราะห์และแนะนำการปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสมกับหลักการทำ SEO ทั้งในเรื่องของคีย์เวิร์ด โครงสร้างบทความ และการแสดงผลในหน้า Search Engine ถือเป็นหนึ่งใน SEO Content Tool ที่มีความสะดวกและเข้าใจง่าย แม้สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิค
จุดเด่น
เป็นเครื่องมือ SEO Marketing Tools ที่มีอินเทอร์เฟซใช้งานง่ายและเข้าใจได้ในทันที
- ตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหากับคีย์เวิร์ดหลักแบบเรียลไทม์
- วิเคราะห์ระดับความสามารถในการอ่าน (Readability Analysis)
- รองรับการเพิ่ม Schema และ Rich Snippets สำหรับการแสดงผลที่โดดเด่น
- แนะนำโครงสร้าง URL, การตั้งค่า Meta Title และ Meta Description ที่เหมาะสม
4. Google Search Console
จุดเด่น
เป็น SEO Tools ที่ควบคุม Index ของเว็บไซต์โดยตรงจาก Google
- ตรวจสอบสถานะการจัดทำดัชนี (Indexing Status) ของหน้าเว็บไซต์
- แจ้งเตือนปัญหาเชิงเทคนิค เช่น AMP, Mobile Usability, หรือ Error ต่าง ๆ
- แสดงข้อมูล Impression, Click และ CTR ของคำค้นหา
- รองรับการอัปโหลด Sitemap และตรวจสอบลิงก์ภายใน
5. Google Page Speed Insight
จุดเด่น
เหมาะกับการวิเคราะห์ SEO Technical และ UX ไปพร้อมกัน
- ประเมินประสิทธิภาพของเว็บเพจโดยใช้ Lighthouse
- ให้คะแนนตามเกณฑ์ Core Web Vitals ได้แก่ LCP, FID และ CLS
- เสนอแนวทางปรับปรุงที่ชัดเจน เช่น การย่อภาพ ลด JavaScript ที่ไม่จำเป็น
- ใช้งานง่ายและผลลัพธ์เข้าใจง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค
6. Google Keyword Planner
จุดเด่น
เหมาะสำหรับการค้นหาและวางแผนคีย์เวิร์ดระยะยาว
- ค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดตามหมวดหมู่หรือโดเมนที่เกี่ยวข้อง
- แสดงสถิติการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือนและระดับการแข่งขัน (Low / Medium / High)
- ดูแนวโน้มการค้นหาย้อนหลังในช่วง 12 เดือน
- ใช้ควบคู่กับ Google Ads เพื่อวางแผนแคมเปญได้อย่างแม่นยำ
7. MOZ
ค่าใช้จ่าย Moz Local
- Starter: $14/เดือน – สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการปรากฏบนแผนที่
- Preferred: $20/เดือน – สำหรับร้านค้าที่มีหลายสาขา
- Elite: $33/เดือน – สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการจัดการข้อมูลร้านค้าในหลายแพลตฟอร์ม
8. KWFinder
KWFinder เป็น SEO Tools ที่เหมาะสำหรับนักการตลาดที่ต้องการค้นหา Long-tail Keywords ที่มีแนวโน้มการแข่งขันต่ำ แต่มีศักยภาพในการสร้าง Conversion ได้ดี เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและมืออาชีพ
จุดเด่น
เน้นการหา Keyword เฉพาะทางที่มีประสิทธิภาพ
- แสดงค่า Keyword Difficulty (KD) เพื่อประเมินความยากง่ายในการทำอันดับ
- วิเคราะห์ SERP ของคีย์เวิร์ดแต่ละคำแบบเรียลไทม์
- มีระบบแนะนำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องในเชิงลึก
- อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย พร้อมกราฟแสดงแนวโน้มการค้นหา
9. Looker Studio
จุดเด่น
Looker Studio มีจุดเด่นที่ช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับ SEO เป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
- สร้างและแชร์แดชบอร์ดได้อย่างรวดเร็ว
- ดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
- สามารถปรับแต่งรายงานได้ตามความต้องการ
ราคาค่าใช้จ่าย
Looker Studio เป็นเครื่องมือที่ให้บริการฟรีจาก Google โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด
- ใช้งานฟรีสำหรับทุกบัญชี Google
- ไม่จำกัดจำนวนรายงาน
- ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
10. Google Trend
จุดเด่น
จุดเด่นของ Google Trend คือ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมของ Keyword ต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยสามารถแสดงข้อมูลตามช่วงเวลาและสถานที่ต่าง ๆ
- สามารถเปรียบเทียบความนิยมของ Keyword ได้
- วิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาตามภูมิภาค
- แสดงแนวโน้มคำค้นหายอดนิยม
11. SEOquake
จุดเด่น
SEOquake มีจุดเด่นในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล SEO บนเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยสามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่ายผ่านเบราว์เซอร์
- แสดงข้อมูล Meta Tags อย่างละเอียด
- วิเคราะห์ลิงก์ย้อนกลับ
- สามารถเปรียบเทียบเว็บไซต์ได้ง่าย
12. SEMRUSH
จุดเด่น
จุดเด่นของ SEMRUSH คือการวิเคราะห์ข้อมูล SEO อย่างครอบคลุมและแม่นยำ พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ในการวางกลยุทธ์ SEO
- วิเคราะห์ Keyword อย่างละเอียด
- ตรวจสอบคู่แข่งและค้นหาโอกาสใหม่ ๆ
- ติดตามอันดับเว็บไซต์และการเปลี่ยนแปลง
13. Google SERP Snippet Optimizer Tool
จุดเด่น
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมก่อนนำเสนอจริง และช่วยเพิ่มอัตราการคลิกเข้าเว็บไซต์จากหน้าค้นหาของ Google
- พรีวิวข้อความ SERP ได้อย่างละเอียด
- สามารถปรับแต่ง Title และ Description ได้
- เพิ่มโอกาสในการเพิ่มอัตราคลิก (CTR)
14. Screaming Frog
Screaming Frog คือ เครื่องมือ SEO Software ที่ช่วยสแกนและรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างละเอียดและรวดเร็ว เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับการตรวจสอบปัญหาด้าน SEO และการวิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์ สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญเช่น Meta Tags, การเชื่อมโยงภายใน และปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ช่วยให้คุณสามารถทำเว็บ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่น
Screaming Frog มีจุดเด่นในการสแกนและวิเคราะห์เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและละเอียด ช่วยให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- สแกนเว็บไซต์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- วิเคราะห์ลิงก์ภายในและภายนอกได้ละเอียด
- ตรวจสอบปัญหาทางเทคนิคและ Meta Tags
15. Whatsmyserp
Whatsmyserp คือ SEO Tools สำหรับการติดตามอันดับของเว็บไซต์ในหน้าผลการค้นหาของ Google เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณสามารถดูตำแหน่งของ Keyword ต่าง ๆ ที่คุณใช้งานได้อย่างแม่นยำและอัปเดตข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คุณสามารถปรับกลยุทธ์ SEO ได้ทันเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
จุดเด่น
Whatsmyserp ช่วยติดตามและแสดงผลอันดับ Keyword ได้อย่างแม่นยำและเรียลไทม์ เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมาย
- อัปเดตข้อมูลอันดับ Keyword แบบเรียลไทม์
- ติดตามได้หลาย Keyword พร้อมกัน
- สร้างรายงานที่สามารถปรับแต่งได้
16. SERPSTAT
จุดเด่น
จุดเด่นของ SERPSTAT คือการผสมผสานฟีเจอร์ที่หลากหลาย ช่วยให้การทำ SEO มีความสมบูรณ์และง่ายขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับการวางกลยุทธ์
- วิเคราะห์ Keyword และค้นหา Keyword ใหม่
- ติดตามอันดับเว็บไซต์
- ตรวจสอบ Backlink และการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง
17. Ubersuggest
จุดเด่น
Ubersuggest มีจุดเด่นในการช่วยวางแผนและวิเคราะห์ Keyword และกลยุทธ์ SEO ของคู่แข่งอย่างมีประสิทธิภาพ
- แนะนำ Keyword และตรวจสอบปริมาณการค้นหา
- วิเคราะห์กลยุทธ์ SEO ของคู่แข่ง
- ตรวจสอบอันดับเว็บไซต์และ Backlink
หากต้องการทำการตลาดออนไลน์ด้วยกลยุทธ์ SEO ทำไมต้องเลือกใช้บริการ Cipher
การทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ Cipher บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการใช้ SEO Tools อย่างมืออาชีพ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวล้ำนำคู่แข่งได้อย่างมั่นใจ บริการของ Cipher มุ่งเน้นให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ด้วยการเลือก เครื่องมือทำ SEO ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ พร้อมทั้งมีทีมงานที่มากประสบการณ์ในการวางแผน วิเคราะห์ และดำเนินงาน SEO Marketing ให้ตรงเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องมือทํา SEO มีอะไรบ้าง?
เครื่องมือทํา SEO เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในผลการค้นหา เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามผล และวางแผนกลยุทธ์ SEO ได้อย่างแม่นยำ เช่น
- Keyword Tool
- Ranking Tool
- Website Audit
- Technical SEO Tool
- Outreach SEO
การวิเคราะห์ SEO คู่แข่ง ทําอย่างไร?
การวิเคราะห์ SEO คู่แข่งคือการตรวจสอบและวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งว่ามีกลยุทธ์และการดำเนินงาน SEO อย่างไร เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถวางแผนกลยุทธ์ SEO ที่เหนือกว่าและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น
- ตรวจสอบ Keyword ที่คู่แข่งใช้
- วิเคราะห์ Backlink และคุณภาพของลิงก์
- ตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์และเนื้อหา
- วิเคราะห์ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์
วิธีทํา SEO Google?
การทำ SEO Google คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ Google กำหนดเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นในผลการค้นหา ซึ่งวิธีการหลัก ๆ ได้แก่
- ทำ Keyword Research เพื่อเลือกคำที่เหมาะสม
- ปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพ
- ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาด้านเทคนิค
- สร้าง Backlink คุณภาพสูง
การทำ SEO มีกี่รูปแบบ?
การทำ SEO มีหลายรูปแบบที่สำคัญ แต่ละรูปแบบมีเป้าหมายและวิธีการดำเนินงานที่แตกต่างกันไป โดยธุรกิจควรเลือกทำ SEO ที่เหมาะสมกับลักษณะและเป้าหมายของธุรกิจนั้น ๆ
- On-page SEO
- Off-page SEO
- Technical SEO
- Local SEO