Inbound Strategy

Inbound Strategies : Attract

ในหลักการที่ยึดมั่นในลูกค้าเป็นหลักของ Inbound Marketing นั้นประกอบด้วยหลายขั้นตอน โดยเริ่มตั้งการ attract ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายยังไม่รู้จักกับเราให้กลายเป็น visitor ให้ผ่านเข้ามาเจอกับเรา Attract คือการเปลี่ยนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักในแบรนด์ให้กลายเป็น Visitor ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ โดยผ่านการทำเนื้อหาบทความและการทำ SEO Keyword ให้กลุ่มเป้าหมายสามารถค้นหา Search engine หรือการลงเนื้อหาใน Social media ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือตรงตามสิ่งที่เป้าหมายต้องการ

Inbound Strategies : Engage

Engage คือการเข้าไปปฏิสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมเพื่อปิดการขาย โดยก่อนจะสามารถปิดการขายได้นั้นต้องผ่านการสร้างสัมพันธ์และเก็บข้อมูลสิ่งที่เป้าหมายต้องการให้ได้ก่อนเพื่อในเวลาที่เป้าหมายพร้อมเราสามารถมีข้อมูลสำหรับนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้เพื่อโอกาสในการปิดการขายที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลในส่วนนี้นั้นเราได้มากจากการทำ CRM หรือ Customer Relationship Management เก็บข้อมูลลูกค้าผ่านแบบฟอร์มและ Call-To-Action ภายในเว็บไซต์

Inbound Strategies : Delight

Delight คือกลยุทธ์ที่ว่าด้วยการทำให้เรามั่นใจได้ว่าลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายนั้นมีความสุขหรือพึงพอใจอยู่ตลอดเวลาที่รู้จักกับแบรนด์ของเราและยังรวมถึงการสนับสนุนลูกค้าแม้หลังจากที่สามารถปิดการขายไปแล้วด้วย เพื่อที่จะสร้างสายสัมพันธ์และโอกาสที่ลูกค้าจะซื้อซ้ำหรือนำไปแนะนำบอกต่อเพิ่มเติมในกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันกับตัวเขาซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นลูกค้าของเราเช่นกัน โดยในกลยุทธ์นี้ทีมของคุณจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาและ Support ลูกค้าได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ เช่นการทำ Survey, Live Chat, Social monitoring และการทำ Smart content เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเก่า

คำถามที่พบบ่อย

Inbound Strategy คืออะไร?

Inbound Strategy คือกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นการดึงดูดลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านคอนเทนต์คุณภาพ การสื่อสารที่ตรงจุด และการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยไม่ใช้การขายแบบยัดเยียด

ทำไมต้องเริ่มต้นด้วย Attract?

ขั้นตอน Attract มีเป้าหมายในการเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็น Visitor โดยการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เช่น บทความ SEO หรือโพสต์โซเชียล เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาเจอและสนใจเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

คอนเทนต์แบบไหนที่ช่วยในขั้น Attract ได้ดีที่สุด?

คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ตรงกับคำค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย เช่น บทความ Blog, วิดีโอ, Infographic และโพสต์โซเชียลมีเดีย จะช่วยเพิ่มการมองเห็นและดึงดูดผู้เยี่ยมชมใหม่ ๆ

ขั้น Engage ต่างจาก Attract อย่างไร?

Attract เน้นการดึงดูดคนแปลกหน้าให้กลายเป็นผู้เยี่ยมชม ส่วน Engage คือการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น เช่น การกรอกฟอร์ม ดาวน์โหลด E-book หรือติดต่อผ่าน Live Chat เพื่อเก็บข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์ที่พร้อมต่อยอดสู่การขาย

ทำไม CRM ถึงสำคัญในขั้น Engage?

CRM (Customer Relationship Management) ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า เช่น ความสนใจ ความต้องการ และพฤติกรรม ทำให้ธุรกิจสามารถนำเสนอข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

Delight แตกต่างจาก Engage อย่างไร?

Engage มุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการปิดการขาย ขณะที่ Delight เน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีหลังการขาย เช่น การให้คำปรึกษา บริการหลังการขาย และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาซื้อซ้ำ

การทำ Delight มีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจ?

Delight ช่วยสร้างลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty) และยังเพิ่มโอกาสในการบอกต่อหรือแนะนำเพื่อน ทำให้ธุรกิจได้ลูกค้าใหม่จากการตลาดแบบปากต่อปากที่มีประสิทธิภาพ

เครื่องมือใดบ้างที่ใช้ในขั้น Delight?

ตัวอย่างเช่น การทำ Survey เก็บ Feedback, Live Chat ช่วยเหลือทันที, Social Media Monitoring เพื่อตอบสนองรวดเร็ว และ Smart Content ที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าเก่าโดยเฉพาะ

Inbound Strategy ต่างจาก Outbound Marketing อย่างไร?

Outbound มักใช้การโฆษณาแทรก เช่น โทรขาย หรือแบนเนอร์โฆษณา ส่วน Inbound เน้นการให้คุณค่าก่อน เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาหาเราโดยสมัครใจ ทำให้ลูกค้าเปิดใจมากกว่า

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับการใช้ Inbound Strategy?

เกือบทุกธุรกิจสามารถใช้ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำในระยะยาว เช่น E-commerce, B2B, การศึกษา หรือธุรกิจบริการ เพราะ Inbound Strategy เน้นความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเป็นหลัก
Shopping Cart
Scroll to Top