Schema Markup: การปลดล็อกเทคนิค SEO ที่ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ดีขึ้น

Schema Markup

ในโลกของการตลาดออนไลน์ การทำ SEO (Search Engine Optimization) ถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา นอกจากกลยุทธ์พื้นฐานอย่างการทำ Keyword Research, การสร้าง Backlink และการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีคุณภาพแล้ว ยังมีเครื่องมือสำคัญอย่าง Schema Markup ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำ SEO ของคุณได้อีกระดับ

Table of Contents

Schema Markup คืออะไร?

Schema Markup คืออะไร?

Schema Markup คือ โค้ดความยาวไม่กี่บรรทัดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนเสริมในเว็บไซต์ โดยโค้ดนี้จะทำหน้าที่เพิ่มข้อมูลให้กับเว็บไซต์ ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจของ Google Bot และทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลด้วยคีย์เวิร์ดได้ตรงประเด็นมากขึ้น ส่งผลให้เว็บไซต์ที่ติดตั้ง Schema Markup มีโอกาสแสดงขึ้นในอันดับต้น ๆ ของหน้าผลการค้นหา (SERP) Structured Data คือ รูปแบบข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่ง Schema Markup เป็นหนึ่งในรูปแบบของ Structured Data ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

Schema Markup เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัทใหญ่อย่าง Google, Microsoft, Yahoo และ Yandex โดยมีแนวคิดสำคัญที่ต้องการให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถดึงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งในแง่ของการเพิ่มยอดคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ (Traffic) และท้ายที่สุดคือการเพิ่มยอดขาย

หน้าที่และการทำงานของ Schema Markup

Schema Markup หรือ Schema คือ การใส่ชุดโค้ดลงไปในเว็บไซต์ เพื่อทำการอธิบายหน้าต่าง ๆ ในเว็บไซต์ว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจข้อมูลที่อยู่บนหน้าเว็บไซต์ตอนที่ Bot เข้ามาเก็บข้อมูล นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มข้อมูลของเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานเห็นได้ตั้งแต่ที่หน้า SERPs อีกด้วย

เมื่อมีเว็บไซต์มากมายที่ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน Schema Google อาจไม่สามารถระบุได้ว่าเว็บไซต์ไหนมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของ Mark Zuckerberg โดยตรง Schema Markup จะช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับคีย์เวิร์ดนี้ โดยระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า Mark Zuckerberg เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นซีอีโอของ Facebook ทำให้ Google SGE Bot เข้าใจเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

การทำงานของ Schema Markup มีขั้นตอนดังนี้:

  1. Bot เข้ามา Crawl เว็บไซต์: เมื่อ Google Bot เข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์ มันจะอ่านโค้ด HTML ทั้งหมด รวมถึง Schema Markup ที่เพิ่มเข้าไปด้วย
  2. Bot ประมวลผลข้อมูล: Bot จะทำความเข้าใจว่าเนื้อหาจากโค้ด Schema Markup คืออะไร และตรวจสอบว่าโครงสร้างข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานที่ Schema.org กำหนดหรือไม่
  3. Schema Google นำข้อมูลไปแสดงผล: เมื่อ Google เห็นว่าเว็บไซต์มีคุณภาพและมีการทำ SEO ที่ดี ก็จะนำข้อมูลจาก Schema Markup ไปแสดงผลในรูปแบบพิเศษต่าง ๆ เช่น Rich Snippet, Knowledge Graph หรือ Featured Snippet

รูปแบบของ Schema Markup

Schema Markup สามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งเฉพาะหน้าหรือติดตั้งทั้งเว็บไซต์ โดยทั้งสองรูปแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันดังนี้

  • Schema Markup แบบหน้าเดียว เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีหลากหลายสินค้าหรือบริการ
  • Schema Markup ทั้งเว็บไซต์ เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีบริการเดียว และต้องการนำเสนอข้อมูลขององค์กร หรือสินค้า

Schema Markup มีหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น หากเราใช้ Schema Product รูปแบบแสดงข้อมูลสินค้า จะสามารถเพิ่มเติมข้อมูลอย่างชื่อสินค้า ราคา แบรนด์ และรุ่นลงไปในโค้ดนั้น ๆ ได้

การสร้างโค้ด Schema Markup ที่มีความละเอียด ชัดเจน และครอบคลุมเนื้อหาเว็บไซต์มากเท่าไร ก็จะยิ่งง่ายต่อการที่ Google จะจัดวางเว็บไซต์ให้ถูกค้นพบได้มากขึ้น

ทำไม Schema Markup ถึงสำคัญต่อการทำ SEO?

ทำไม Schema Markup ถึงสำคัญต่อการทำ SEO?

Schema Markup เป็นส่วนเสริมในการค้นหาของ Google เพื่อให้ User นั้นสามารถที่จะเจอในสิ่งที่ต้องการ ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถที่จะ Upsale สินค้าอื่น ๆ ของเราได้ด้วยเช่นเดียวกัน การใช้ Schema Markup ให้ถูกวิธีนั้นสามารถกระตุ้น CTR ได้อย่างมหาศาล และขึ้นอันดับได้โดดเด่นกว่าใคร

แม้ว่า Schema Markup จะไม่ใช่วิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณไต่อันดับแซงหน้าคู่แข่งโดยตรง แต่การติดตั้ง Schema Markup ก็มีข้อดีหลายประการที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำ SEO:

1. ช่วยให้ Google Bot เข้าใจเว็บไซต์ได้ดีขึ้น

บางครั้งคีย์เวิร์ดที่ไม่เฉพาะเจาะจงอาจทำให้ Schema Google Bot ไม่เข้าใจเว็บไซต์และองค์ประกอบในหน้านั้น ๆ จนไม่สามารถประเมินและจัดอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในอันดับสูงๆ ได้ Schema Markup จึงเป็นตัวช่วยในการอธิบายความหมายและเนื้อหาให้กับ Google Bot เข้าใจเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น

2. เพิ่มอัตราการคลิก (Click-Through Rate)

เมื่อ Schema Markup ช่วยแปลความหมายของคีย์เวิร์ดจนทำให้ Google จับคู่ข้อมูลในเว็บไซต์กับคำค้นหาของผู้ใช้ได้แม่นยำ ผู้ใช้ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีในการค้นหา ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Traffic จากการที่พวกเขาคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ ส่งผลให้เครื่องมือค้นหาจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้อยู่ในอันดับที่สูงขึ้น

3. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Local SEO

สำหรับธุรกิจท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร หรือร้านค้า การทำ Schema Markup จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญ เช่น เวลาเปิด-ปิด, ที่อยู่, และหมายเลขโทรศัพท์ แสดงขึ้นบน Google Maps หรือ Local Pack ได้ ทำให้ลูกค้าที่ค้นหาเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ

การที่เว็บไซต์แสดงผลบนฟีเจอร์พิเศษ เช่น การมีคะแนนรีวิว, ข้อมูลผู้เขียนบทความ, หรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ผู้ใช้จึงมีความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ

5. รองรับการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search)

ปัจจุบันผู้ใช้นิยมใช้การค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น ซึ่งมักมาในรูปแบบของประโยคคำถาม การทำ Schema Markup ในรูปแบบ FAQ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการตอบคำถามที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น นอกจากนี้ AEO หรือ Answer Engine Optimization ยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำให้เว็บไซต์ของคุณตอบสนองต่อการค้นหาด้วยเสียงได้ดีขึ้น

Schema Markup ประเภทยอดนิยม

Schema Markup มีให้เลือกมากกว่า 10 รูปแบบตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง มีดังนี้:

  • Review Markup: ใช้แสดงคะแนนรีวิวของสินค้าหรือบริการ
  • FAQ Markup: ใช้แสดงคำถามและคำตอบที่พบบ่อย
  • Schema Product: ใช้แสดงข้อมูลสินค้า เช่น ราคา รูปภาพ และคะแนนรีวิว
  • How-to Markup: ใช้แสดงขั้นตอนการทำสิ่งต่าง ๆ
  • Local Business Markup: ใช้แสดงข้อมูลธุรกิจท้องถิ่น เช่น ที่อยู่ เวลาเปิด-ปิด
  • Article Markup: ใช้สำหรับบทความหรือข่าว
  • Event Markup: ใช้แสดงข้อมูลกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ
  • Recipe Markup: ใช้แสดงสูตรอาหารและขั้นตอนการทำ
  • Organization Markup: ใช้แสดงข้อมูลองค์กร
  • Person Markup: ใช้แสดงข้อมูลบุคคล

การเลือกใช้ Schema Markup ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับประเภทของเนื้อหาเว็บไซต์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำ SEO

วิธีการติดตั้ง Schema Markup

การติดตั้ง Schema Markup อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการเขียนโค้ด แต่มีวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถติดตั้ง Schema Markup ได้ด้วยตัวเอง:

1. เลือกประเภทของ Schema Markup ที่เหมาะสม

ก่อนอื่น คุณต้องเลือกประเภทของ Schema Markup ที่เหมาะสมกับเนื้อหาของเว็บไซต์ คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Schema.org หรือเว็บไซต์ Google Search Central

2. ใช้เครื่องมือ Structured Data Markup Helper

Schema Google มีเครื่องมือที่ช่วยในการสร้าง Schema Markup ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง ด้วยการใช้ Structured Data Markup Helper:

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ Structured Data Markup Helper
  • เลือกประเภทของ Schema Markup ที่ต้องการและใส่ URL ของเว็บไซต์ที่ต้องการติดตั้ง
  • ไฮไลท์ส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์เพื่อกำหนดตำแหน่งที่จะใส่ Schema Markup
  • กดสร้าง HTML เพื่อรับโค้ด Schema Markup

3. เพิ่มโค้ด Schema Markup ลงในเว็บไซต์

หลังจากได้โค้ด Schema Markup แล้ว คุณสามารถเพิ่มลงในเว็บไซต์ได้โดย:

  • นำโค้ดไปใส่ในส่วนหรือของหน้าเว็บไซต์
  • หากใช้ WordPress คุณสามารถใช้ ปลั๊กอิน WordPress เช่น Yoast SEO หรือ Schema Pro เพื่อติดตั้ง Schema Markup ได้อย่างสะดวก

4. ตรวจสอบความถูกต้องของ Schema Markup

หลังจากติดตั้ง Schema Markup แล้ว คุณควรตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้เครื่องมือ:

  • Google’s Rich Results Test: เครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบว่า Schema Markup ของคุณทำงานได้ถูกต้องหรือไม่
  • Schema Markup Validator: ช่วยตรวจสอบว่าโค้ดของคุณเป็นไปตามมาตรฐานของ Schema.org หรือไม่

5. ตรวจสอบและอัปเดตเป็นประจำ

เพื่อให้ Schema Markup ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณควรตรวจสอบและอัปเดตเป็นประจำ โดยดูผลลัพธ์จาก Google Search Console เพื่อวัดประสิทธิภาพและปรับปรุงตามความเหมาะสม

ตัวอย่างการใช้งาน Schema Markup ในธุรกิจต่าง ๆ

1. เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce)

เว็บไซต์ประเภทนี้สามารถใช้ Schema Product เพื่อแสดงข้อมูลสินค้า เช่น:

  • ชื่อสินค้า
  • ราคา
  • คะแนนรีวิว
  • สถานะสินค้า (มีในสต๊อกหรือไม่)
  • โปรโมชัน

2. เว็บไซต์บริการ

เว็บไซต์บริการสามารถใช้ Local Business Schema เพื่อแสดงข้อมูลธุรกิจ เช่น:

  • ชื่อธุรกิจ
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เวลาเปิด-ปิด
  • รีวิวจากลูกค้า

3. เว็บไซต์บทความหรือบล็อก

เว็บไซต์ประเภทนี้สามารถใช้ Article Schema เพื่อแสดงข้อมูลบทความ เช่น:

  • ชื่อบทความ
  • ผู้เขียน
  • วันที่เผยแพร่
  • คำอธิบายย่อ
  • รูปภาพประกอบ

4. เว็บไซต์ WordPress

สำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ Schema WordPress มีตัวช่วยมากมายในการติดตั้ง Schema Markup โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง เช่น:

  • ปลั๊กอิน Schema Pro ที่รองรับการสร้าง Schema ได้หลากหลายประเภท
  • Yoast SEO ที่มีฟีเจอร์ Schema Markup ในตัว
  • Rank Math ที่มีเครื่องมือจัดการ Schema Markup แบบง่าย

บริการ Schema Markup จาก Cipher

ที่ Cipher เรามีบริการ Digital Marketing แบบครบวงจร และหนึ่งในบริการของเราคือการทำ Schema Markup ที่จะช่วยยกระดับการทำ SEO ของเว็บไซต์คุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่เข้าใจถึงความสำคัญของ Schema Markup และสามารถช่วยคุณในทุกขั้นตอน:

  • วิเคราะห์เว็บไซต์: เราจะวิเคราะห์เว็บไซต์ของคุณเพื่อหาประเภทของ Schema Markup ที่เหมาะสมที่สุด
  • สร้างและติดตั้ง Schema Markup: ทีมของเราจะสร้างและติดตั้ง Schema Markup ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเว็บไซต์ของคุณ
  • ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด: เราจะตรวจสอบความถูกต้องของ Schema Markup และแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
  • ติดตามผลและปรับปรุง: เราจะติดตามผลการทำงานของ Schema Markup และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ

ด้วยบริการ Schema Markup จาก Cipher คุณจะได้รับประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราการคลิก, เพิ่มการมองเห็นในผลการค้นหา และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ

สรุป

Schema Markup เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO โดยทำให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้เว็บไซต์มีโอกาสติดอันดับสูงและแสดงผลในรูปแบบพิเศษที่ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ การลงทุนในการทำ Schema Markup ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว และช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง

คำถามที่พบบ่อย

Schema Markup ช่วยเพิ่มอันดับ SEO หรือไม่?

Schema Markup ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับ แต่ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ได้ดีขึ้น และสามารถเพิ่ม Click-Through Rate (CTR) ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อการจัดอันดับในระยะยาว

ติดตั้ง Schema Markup ได้โดยไม่เขียนโค้ด?

ได้ คุณสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Google’s Structured Data Markup Helper หรือปลั๊กอิน WordPress เช่น Yoast SEO, Rank Math หรือ Schema Pro ที่ช่วยสร้างและติดตั้ง Schema Markup โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง

Schema Markup ที่เหมาะกับธุรกิจทั่วไป?

สำหรับธุรกิจทั่วไป Local Business Schema เป็นประเภทที่เหมาะสมที่สุด เพราะช่วยแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เวลาเปิด-ปิด และรีวิว ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปรากฏบน Google Maps และ Local Pack
Scroll to Top