การบรอดแคสต์ LINE OA แล้วมียอดเปิดอ่านต่ำ ยอดคลิกลดหรือไม่มีออเดอร์ เกิดจากข้อความไม่ตรงกับความสนใจของผู้รับ ฟีเจอร์ Target Reaching ช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายตามเงื่อนไข เช่น เพศ อายุ พื้นที่ ระบบปฏิบัติการ ความสนใจ และพฤติกรรมการใช้งาน
การส่งข้อความให้ตรงกลุ่มช่วยลดการกดบล็อก ใช้โควตาข้อความได้คุ้มค่า และเพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย บทความนี้ CIPHER จะพาไปรู้จัก Target Reaching พร้อมวิธีใช้งาน การเลือกกลุ่มเป้าหมาย และเทคนิคบรอดแคสต์ LINE OA ให้ได้ผลดีขึ้น
Table of Contents
Target Reaching ใน LINE OA คืออะไร
Target Reaching คือ ฟีเจอร์การบรอดแคสต์แบบระบุเงื่อนไขคุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ข้อความถูกส่งไปถึงเฉพาะผู้ใช้ที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าหรือบริการนั้นจริงๆ โดยระบบจะอ้างอิงข้อมูลเชิงลึก (Demographics) และพฤติกรรมที่ LINE เก็บรวบรวมไว้จากผู้ใช้งาน
Target Reach vs Target Reaching ต่างกันอย่างไร?
- Target Reach (จำนวนผู้ติดตามที่ส่งถึงได้): หมายถึง จำนวนเพื่อนทั้งหมดในบัญชีที่ไม่กดบล็อก และเป็นบัญชีที่มีการใช้งานจริงอยู่ในระบบ
- Target Reaching (การส่งแบบระบุกลุ่มเป้าหมาย): หมายถึง จำนวนคนที่ถูกกรองลงมาจาก Target Reach อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เหลือเฉพาะผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้เท่านั้น
Broadcast ปกติ vs Target Reaching ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Broadcast ปกติ (ส่งหาทุกคน) | Target Reaching (ส่งระบุกลุ่ม) |
|---|---|---|
| รูปแบบการส่ง | ส่งหาเพื่อนทุกคนในระบบพร้อมกัน | ส่งเฉพาะกลุ่มที่ตรงตามเงื่อนไขที่เลือก |
| ปริมาณ Reach | เน้นปริมาณ Reach สูง เข้าถึงคนจำนวนมาก | เน้น Reach ที่แม่นยำ เข้าถึงเฉพาะกลุ่มที่เหมาะสม |
| Engagement | อัตราการเปิดอ่านและคลิกอาจต่ำกว่า | มีโอกาสได้อัตราการเปิดอ่านและคลิกสูงกว่า |
| ผลกระทบต่อลูกค้า | เสี่ยงรบกวนผู้ติดตามและอาจทำให้เกิดการกดบล็อก | ข้อความตรงกับความสนใจ จึงลดโอกาสสร้างความรำคาญ |
| การสร้างยอดขาย (Conversion) | อัตราการซื้ออาจต่ำ หากโปรโมชันไม่ตรงกับความต้องการ | มีโอกาสเพิ่มยอดขาย เพราะนำเสนอโปรโมชันได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย |
Target Reaching ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร
1. ส่งโปรโมชันให้คนที่มีโอกาสซื้อจริง
การส่งโปรโมชันไปหาผู้รับที่มีความต้องการตรงกับสินค้าช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ทันที เช่น การส่งโปรโมชันสินค้าแม่และเด็กไปหาผู้หญิงวัยทำงาน ย่อมสร้างยอดขายได้มากกว่าการส่งแบบสุ่มไปหาผู้ชายวัยรุ่นที่ไม่ได้มีความสนใจในสินค้าประเภทนี้
2. ลดการส่งข้อความที่ไม่เกี่ยวข้อง (ลดการถูก Block)
ผู้ใช้งาน LINE ส่วนใหญ่กดบล็อกบัญชีทางการเนื่องจากได้รับข้อความแจ้งเตือนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตนเองบ่อยเกินไป การใช้ Target Reaching ช่วยกรองข้อความให้ตรงกับความสนใจของผู้รับแต่ละกลุ่ม ส่งผลให้อัตราการกดบล็อกลดลง และรักษาฐานผู้ติดตามไว้ได้ดีขึ้น
3. เพิ่ม Open Rate และ CTR
เมื่อหัวข้อข้อความ รูปภาพ หรือโปรโมชันตรงกับปัญหาและความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ผู้รับจะมีแนวโน้มเปิดอ่านข้อความ (Open Rate) และกดคลิกลิงก์เพื่อดูรายละเอียดสินค้า (CTR) สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการส่งข้อความทั่วไป
4. ใช้งบ Broadcast ได้คุ้มค่าที่สุด
LINE OA คิดค่าบริการตามจำนวนข้อความที่ส่งจริง การบรอดแคสต์แบบหว่านส่งหาทุกคนทำให้งบประมาณถูกใช้ไปกับผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย การเปิดใช้ Target Reaching ช่วยคัดกรองผู้รับที่ไม่ใช่ออกไป ทำให้บริหารจัดการ ค่าบริการและแพ็กเกจ LINE OA ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Target Reaching สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายจากอะไรได้บ้าง
เงื่อนไขที่สามารถเลือกได้อาจแตกต่างกันตามประเภทบัญชี ข้อมูลที่ระบบมี ฟีเจอร์ที่เปิดใช้งาน และ Audience ที่ธุรกิจสร้างไว้ จึงควรตรวจสอบตัวเลือกใน LINE Official Account Manager ของบัญชีอีกครั้งก่อนวางแคมเปญ
เพศ (Gender)
การแบ่งตามเพศเหมาะกับสินค้าหรือบริการที่มีความต้องการแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือบริการเฉพาะกลุ่ม แต่ไม่ควรใช้เพศเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าอาจซื้อสินค้าให้บุคคลอื่นได้
ธุรกิจควรนำข้อมูลเพศไปใช้ร่วมกับพฤติกรรม เช่น การคลิกหมวดสินค้า ความสนใจที่ลูกค้าเลือก หรือข้อมูลจากแบบสอบถาม เพื่อให้กลุ่มมีความแม่นยำขึ้น
อายุ (Age)
เลือกช่วงอายุของผู้รับได้ตามต้องการ เช่น 15–19 ปี, 20–24 ปี, 25–29 ปี ไปจนถึง 50 ปีขึ้นไป ช่วยให้ธุรกิจปรับเปลี่ยนภาษา น้ำเสียง และข้อเสนอให้เหมาะสมกับวัยของผู้รับ
ควรหลีกเลี่ยงการสรุปความต้องการจากอายุเพียงอย่างเดียว และควรดูข้อมูลการตอบสนองของแต่ละกลุ่มประกอบด้วยเสมอ
จังหวัดหรือพื้นที่ (Location)
การกำหนดพื้นที่เหมาะกับร้านอาหาร คลินิก ฟิตเนส โรงเรียน ร้านค้าปลีก และธุรกิจที่มีขอบเขตการให้บริการ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารในเชียงใหม่สามารถส่งคูปองให้ผู้รับที่มีโอกาสเดินทางมารับบริการ แทนการส่งไปยังลูกค้าที่อยู่ไกลเกินพื้นที่จัดส่ง
สำหรับธุรกิจหลายสาขา สามารถสร้างข้อความแยกตามสาขา พร้อมใส่แผนที่ เวลาเปิดทำการ และโปรโมชันที่ใช้ได้เฉพาะพื้นที่นั้น เพื่อลดความสับสนของลูกค้า
ระบบปฏิบัติการ (OS)
เลือกแยกตามระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android เพื่อความแม่นยำในการสื่อสาร เช่น การโปรโมตแอปพลิเคชัน การขายอุปกรณ์เสริมที่รองรับเฉพาะระบบ หรือการส่งลิงก์ที่แสดงผลต่างกันตาม OS
ความสนใจ (Interest)
ข้อมูลความสนใจควรมาจากสัญญาณที่ตรวจสอบได้ เช่น หมวดสินค้าที่ลูกค้าเลือก คลิกลิงก์ คำตอบจากแบบสอบถาม แท็กที่ทีมงานติดไว้ หรือข้อมูลจากระบบสมาชิก ไม่ควรคาดเดาความสนใจจากข้อมูลพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
พฤติกรรมการใช้งาน (Behavior)
พฤติกรรมเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการทำ Retargeting เช่น ผู้ที่เคยเปิดบรอดแคสต์ ผู้ที่เคยคลิกลิงก์ ผู้ที่ยังไม่ซื้อ ผู้ที่ซื้อไปแล้ว หรือผู้ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์มาระยะหนึ่ง
LINE OA รองรับการสร้างกลุ่มเป้าหมายจากผู้ที่เคยคลิกลิงก์ในข้อความ ผู้ที่เคยเปิดข้อความ และการอัปโหลด User ID ตามเงื่อนไขของระบบ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเป้าหมายจาก Chat Tag สำหรับการจัดกลุ่มลูกค้าในแชท
ข้อมูลพฤติกรรมช่วยให้ธุรกิจส่งข้อความตามขั้นตอนการตัดสินใจ เช่น ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้คนที่คลิกแต่ยังไม่ซื้อ หรือส่งข้อเสนอสินค้าเสริมให้ลูกค้าที่สั่งซื้อไปแล้ว
กลุ่ม Audience ที่สร้างเอง (Custom Audience)
ใช้กลุ่มเป้าหมายที่เกิดจากการเก็บข้อมูลภายในระบบ LINE OA เช่น
- Impression Retargeting: บรอดแคสต์หาคนที่เคยเปิดดูข้อความเดิม
- Click Retargeting: บรอดแคสต์หาคนที่เคยคลิกลิงก์ในข้อความ
- Chat Tag Audience: บรอดแคสต์หาลูกค้าที่ถูกติดแท็กในช่องแชท
- User ID / Phone Number Upload: อัปโหลดข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่แล้วเข้าสู่ระบบ
วิธีตั้งค่าบรอดแคสต์แบบ Target Reaching ใน LINE Official Account
ขั้นตอนการตั้งค่าบรอดแคสต์แบบระบุกลุ่มเป้าหมายผ่านระบบ LINE Official Account Manager สามารถทำตามได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: เข้าเมนู Broadcast
เข้าสู่ระบบ LINE OA Manager ผ่านคอมพิวเตอร์หรือแอปพลิเคชัน เลือกเมนู “บรอดแคสต์” (Broadcast) จากนั้นกด “สร้างใหม่” (Create New)
ขั้นตอนที่ 2: สร้างข้อความ
ออกแบบเนื้อหาข้อความ รูปภาพ Rich Message หรือ Rich Video ที่ต้องการส่งหาลูกค้าให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ 3: เปิด Target Reaching
ในส่วนของการตั้งค่า “ผู้รับ” (Recipient) ให้เปลี่ยนตัวเลือกจากเดิม “เพื่อนทั้งหมด” เป็น “ระบุเงื่อนไข”
ขั้นตอนที่ 4: เลือกเงื่อนไขของกลุ่มเป้าหมาย
เลือกคุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการกรอง เช่น เพศ อายุ พื้นที่ ความสนใจ หรือเลือกกลุ่ม Audience ที่สร้างไว้ล่วงหน้า
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบจำนวน Reach
หลังจากเลือกเงื่อนไขแล้ว ระบบจะคำนวณและแสดงจำนวน Target Reaching โดยประมาณให้เห็นทันที หากจำนวนผู้รับตรงตามเกณฑ์ที่ระบบกำหนด สามารถดำเนินงานต่อได้
ขั้นตอนที่ 6: ส่งหรือกำหนดเวลาส่ง
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อความและกลุ่มผู้รับ จากนั้นกด “ส่ง” เพื่อส่งข้อความทันที หรือเลือก “ตั้งเวลาส่ง” เพื่อกำหนดวันและเวลาที่ต้องการให้ข้อความถูกส่งออกไป
ตัวอย่างการใช้ Target Reaching ให้ได้ผลในแต่ละธุรกิจ
ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ร้านอาหารที่มีหลายสาขาสามารถใช้การคัดกรองตาม จังหวัดหรือพื้นที่ เพื่อส่งโปรโมชันส่วนลดหรือเมนูใหม่ไปหาผู้ใช้งานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงสาขานั้นๆ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาใช้บริการที่หน้าร้านจริงโดยไม่รบกวนลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด
ธุรกิจคลินิกความงามและสุขภาพ
คลินิกสามารถคัดกรองกลุ่มเป้าหมายโดยเลือก เพศหญิง ช่วงอายุ 25–45 ปี เพื่อส่งข้อความโปรโมตหัตถการกลุ่มยกกระชับหรือลดริ้วรอย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการตรงกับบริการ ทำให้เกิดอัตราการจองคิวรับบริการเพิ่มขึ้น
ธุรกิจร้านค้าแฟชั่นออนไลน์
ร้านเสื้อผ้าสามารถสร้างข้อความแยกตาม เพศและความสนใจ เช่น บรอดแคสต์เสื้อผ้าผู้ชายคอลเลกชันใหม่ไปหาผู้ชายที่มีความสนใจด้านแฟชั่น และบรอดแคสต์เดรสแฟชั่นไปหาผู้หญิง ช่วยให้รูปภาพและข้อความที่ส่งไปตรงใจผู้รับ เพิ่มอัตราการกดเข้าชมเว็บไซต์หรือหน้าสินค้า
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและบริการออนไลน์
ธุรกิจสามารถใช้ฟีเจอร์ Click Retargeting กรองเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เคยคลิกลิงก์สินค้าในบรอดแคสต์รอบก่อนแต่ยังไม่ได้กดสั่งซื้อ จากนั้นส่งข้อความพร้อมโค้ดส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อซ้ำอีกครั้ง
ข้อจำกัดของ Target Reaching ที่ควรรู้
- เงื่อนไขจำนวนกลุ่มเป้าหมายขั้นต่ำ: ระบบ LINE OA กำหนดไว้ว่า จำนวน Target Reaching หลังจากใส่เงื่อนไขคัดกรองแล้ว จะต้องมีอย่างน้อย 100 คนขึ้นไป หากกรองแล้วเหลือผู้รับน้อยกว่า 100 คน ระบบจะไม่ยินยอมให้ทำการส่งข้อความ
- ใช้ได้กับข้อมูลที่ LINE มีหรือ Audience ที่สร้างไว้: การกรองข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์จะอ้างอิงจากอัลกอริทึมและการประมวลผลของ LINE เท่านั้น ไม่สามารถระบุข้อมูลส่วนบุคคลแบบเจาะจงรายชื่อได้หากไม่ได้ใช้ระบบ Audience Group
- การใส่เงื่อนไขซับซ้อนเกินไป: หากเลือกเงื่อนไขการกรองหลายข้อพร้อมกัน เช่น เพศ อายุ พื้นที่ และความสนใจ อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลงจนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 100 คน
- การอัปเดตข้อมูลของผู้ใช้: ข้อมูลพื้นที่และความสนใจของผู้ใช้งานมีการปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมการใช้งานจริง ทำให้จำนวน Target Reaching ในแต่ละช่วงเวลาอาจมีจำนวนไม่เท่ากัน
- การเข้าถึงฟีเจอร์ตามประเภทบัญชี: บัญชี LINE OA บางประเภทหรือบางแพ็กเกจอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลการคัดกรองบางเงื่อนไข
เทคนิคใช้ Target Reaching ให้ยอดขายดีขึ้น
- แบ่งกลุ่มลูกค้าก่อนวางแผนส่งข้อความ: จัดทำกลยุทธ์แบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) ตามความสนใจและพฤติกรรม เพื่อให้การสร้างข้อความบรอดแคสต์ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มมากที่สุด
- เขียนข้อความให้ตรงกับปัญหาของแต่ละกลุ่ม: สื่อสารด้วยภาษาและรูปภาพที่แก้ปัญหาให้ลูกค้าโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความแบบทั่วไปที่ใช้ส่งหาคนทุกกลุ่ม
- ทำ A/B Testing เพื่อหาข้อความที่ทำยอดขายได้ดีที่สุด: ทดลองส่งข้อความ 2 รูปแบบที่มีรูปภาพหรือข้อความต่างกัน ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อทดสอบว่ารูปแบบใดสร้าง CTR และยอดขายได้สูงกว่า
- เลือกช่วงเวลาส่งข้อความตามพฤติกรรม: ตรวจสอบสถิติหลังบ้านว่ากลุ่มเป้าหมายเปิดอ่านข้อความช่วงเวลาใดมากที่สุด เช่น ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน ช่วงพักเที่ยง หรือช่วงหลังเลิกงาน เพื่อตั้งเวลาส่งข้อความให้ตรงกับช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูง
- วัดผลลัพธ์และนำข้อมูลมาปรับปรุง: ตรวจสอบรายงานสถิติหลังการบรอดแคสต์ทุกครั้ง ทั้งค่า Open Rate, CTR และจำนวนยอดขายที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาแคมเปญถัดไปให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
สรุป
การทำการตลาดบน LINE OA ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด หัวใจสำคัญคือการส่งข้อความที่ถูกต้องไปหาคนที่กำลังต้องการ การใช้ฟีเจอร์ Target Reaching ช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่าย สื่อสารได้ตรงจุด ลดอัตราการบล็อก และเปิดโอกาสให้ LINE OA ช่วยสร้างประโยชน์ให้ SME ในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณต้องการวางโครงสร้าง LINE OA วางระบบการจัดกลุ่มเป้าหมาย และยกระดับการทำการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจอย่างแม่นยำ สามารถปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้ที่ บริการการตลาดออนไลน์ของ CIPHER
คำถามที่พบบ่อย
บรอดแคสต์แบบ Target Reaching ใน LINE OA เสียเงินเพิ่มไหม?
ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเปิดใช้ฟีเจอร์ โดย LINE OA จะคิดค่าบริการตามจำนวนข้อความที่ส่งจริง (Message Count) ตามแพ็กเกจที่บัญชีใช้งานอยู่
ทำไมตั้งค่า Target Reaching แล้วส่งข้อความไม่ได้?
สาเหตุที่พบบ่อยคือจำนวนกลุ่มเป้าหมายหลังคัดกรองมีน้อยกว่า 100 คน ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขขั้นต่ำของ LINE OA หรือเลือกเงื่อนไขการคัดกรองมากเกินไปจนกลุ่มผู้รับมีขนาดเล็ก
ถ้าจำนวน Target Reaching ไม่ถึง 100 คน ต้องทำอย่างไร?
ลองขยายเงื่อนไขการคัดกรอง เช่น เพิ่มช่วงอายุ ขยายพื้นที่ หรือใช้เงื่อนไขให้น้อยลง เพื่อให้จำนวนผู้รับถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ระบบกำหนด
การบรอดแคสต์แบบ Target Reaching นับจำนวนข้อความอย่างไร?
LINE OA จะนับจำนวนข้อความจากผู้รับที่ได้รับข้อความจริง เช่น หากเลือกส่งถึงกลุ่มเป้าหมาย 800 คน ระบบจะใช้โควตา 800 ข้อความ ไม่ได้นับจากจำนวนผู้ติดตามทั้งหมด
Target Reaching สามารถเลือกส่งหาลูกค้าเป็นรายชื่อได้หรือไม่?
ไม่สามารถเลือกจากชื่อหรือเบอร์โทรโดยตรงในหน้าบรอดแคสต์ แต่สามารถสร้าง Audience จากข้อมูลลูกค้าที่รองรับ แล้วเลือกส่งข้อความไปยังกลุ่มนั้นได้
การใช้ Target Reaching ช่วยลดการถูกบล็อกได้จริงหรือไม่?
มีโอกาสช่วยลดการถูกบล็อก เพราะลูกค้าได้รับเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของตนเอง ทำให้รู้สึกว่าข้อความมีประโยชน์มากกว่าการส่งโปรโมชันเดียวกันถึงทุกคน


