HubSpot Marketing Analytics คืออะไร? คู่มือการวิเคราะห์การตลาดแบบครบวงจรที่ธุรกิจต้องมี

HubSpot Marketing Analytics

คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำการตลาดไปแล้วหลายช่องทาง แต่ไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือเปล่า หรือมีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายที่ จนไม่รู้จะเริ่มวิเคราะห์จากตรงไหนดี ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ บทความนี้ CIPHER จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า HubSpot Marketing Analytics คืออะไร และทำไมมันถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจทางการตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น รวมถึงองค์กรที่กำลังมองหา Marketing Analytics Solutions ที่ใช้งานได้จริง

Table of Contents

HubSpot Marketing Analytics คืออะไร?

HubSpot Marketing Analytics

HubSpot Marketing Analytics คือ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดที่อยู่ภายใน แพลตฟอร์ม HubSpot ซึ่งช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของทุกกิจกรรมทางการตลาดในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการวัดผลเว็บไซต์ อีเมล โซเชียลมีเดีย หรือโฆษณา คุณสามารถดูได้ว่าแต่ละช่องทางทำงานได้ดีแค่ไหน ลูกค้ามาจากไหน และพฤติกรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร

สิ่งที่ทำให้ HubSpot Analytics พิเศษกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ก็คือ มันเชื่อมต่อกับ HubSpot CRM ได้โดยตรง ทำให้คุณสามารถติดตามเส้นทางของลูกค้าตั้งแต่เข้ามาดูเว็บไซต์ครั้งแรก จนกระทั่งปิดการขายได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องไปนั่งต่อข้อมูลจากหลายที่ให้เสียเวลา

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ Marketing Analytics Platform

HubSpot คือ แพลตฟอร์มที่รวมเครื่องมือการตลาด การขาย และการดูแลลูกค้าไว้ในที่เดียว และ HubSpot Marketing Analytics ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ทีมการตลาดรู้ว่ากำลังทำอะไร ได้ผลแค่ไหน และควรปรับปรุงตรงไหนบ้าง

Marketing Analytics Platform ที่ดีจะช่วยให้คุณ:

  • เห็นภาพรวม ของทุกช่องทางการตลาดในที่เดียว ไม่ต้องเปิดหลาย ๆ แท็บไปมา
  • ประหยัดงบ โดยการตัดช่องทางที่ไม่ได้ผล แล้วเอางบไปใช้กับช่องทางที่ work จริง ๆ
  • วัดผล ROI ได้อย่างแม่นยำ รู้เลยว่าเงินที่ลงทุนไปคุ้มค่าหรือเปล่า
  • ตัดสินใจเร็วขึ้น เพราะมีข้อมูลแบบ real-time ไม่ต้องรอรายงานประจำเดือน

แทนที่จะเดาว่าแคมเปญไหนได้ผล คุณจะมีข้อมูลชัดเจนบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน พวกเขาสนใจคอนเทนต์แบบไหน และอะไรที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อ นี่คือความแตกต่างระหว่างการตลาดที่ประสบความสำเร็จ กับการตลาดที่เสียเงินไปเปล่า ๆ

จุดเด่นของ HubSpot Marketing Analytics

HubSpot Marketing Analytics
สำหรับการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ การใช้ HubSpot Marketing Analytics เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดดยมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกองกรดังนี้

การวิเคราะห์แบบ Real-Time ด้วย HubSpot Analytics

ข้อมูลแบบ real-time หมายความว่า คุณไม่ต้องรอจนถึงสิ้นเดือนถึงจะรู้ว่าแคมเปญได้ผลหรือเปล่า HubSpot Analytics จะแสดงผลให้คุณเห็นทันที ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ในวันนี้ อีเมลที่ส่งไปมีคนเปิดอ่านกี่คน หรือโฆษณาที่กำลังรันอยู่ได้คลิกเท่าไหร่

ความเร็วในการได้ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ คุณสามารถแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องรอให้เสียเงินไปก่อนถึงจะรู้ว่าผิดพลาด เช่น ถ้าเห็นว่าโฆษณาชุดนึงไม่ได้ conversion เลย คุณก็สามารถหยุดหรือปรับกลยุทธ์ได้ในวันนั้นเลย

Dashboard ครบชุดผ่าน HubSpot Marketing Dashboard

HubSpot Marketing Dashboard คือ หน้าจอที่รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในที่เดียว คุณสามารถปรับแต่งได้ว่าอยากเห็นข้อมูลอะไรบ้าง แล้วแดชบอร์ดก็จะแสดงผลให้คุณเห็นแบบชัดเจน เข้าใจง่าย ผ่านกราฟและตัวเลขที่อ่านได้ไม่ยาก

ที่สำคัญคือ คุณสามารถสร้างหลาย ๆ แดชบอร์ดได้ เช่น:

  • แดชบอร์ดสำหรับทีมการตลาด – ดู Lead, Conversion Rate, Traffic
  • แดชบอร์ดสำหรับ CEO – ดูภาพรวมธุรกิจและ ROI
  • แดชบอร์ดสำหรับทีมขาย – ดูว่า Lead ที่ส่งไปมีคุณภาพแค่ไหน

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็จะได้เห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณโดยตรง ทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างทีมง่ายขึ้นมาก

Attribution Reporting วัดผลเส้นทางลูกค้า

คำถามที่นักการตลาดมักถามตัวเองคือ “ลูกค้าคนนี้มาจากช่องทางไหนกันแน่?” และคำตอบก็มักจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นโฆษณาครั้งเดียวแล้วซื้อทันที พวกเขามักจะ:

  1. เห็นโฆษณาบน Facebook ก่อน
  2. เข้ามาอ่านบทความบนเว็บไซต์
  3. สมัคร Newsletter
  4. ได้รับอีเมล Follow-up
  5. ตัดสินใจซื้อในที่สุด
  6. Attribution Reporting ของ HubSpot Marketing

Analytics จะช่วยติดตามเส้นทางทั้งหมดนี้ให้คุณ คุณจะได้รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนผ่านจุดสัมผัส (touchpoint) อะไรบ้างก่อนจะตัดสินใจซื้อ ทำให้คุณเข้าใจว่าช่องทางไหนมีส่วนช่วยในการปิดการขาย ไม่ใช่แค่ดูช่องทางสุดท้ายอย่างเดียว

การเชื่อมต่อข้อมูลกับ HubSpot CRM แบบไร้รอยต่อ

นี่คือสิ่งที่ทำให้ HubSpot Marketing Analytics แตกต่างจากเครื่องมืออื่น ๆ อย่างมาก การที่ข้อมูลการตลาดและ HubSpot CRM อยู่ในระบบเดียวกัน ทำให้คุณสามารถเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้เลย

ตัวอย่างเช่น คุณจะสามารถเห็นได้ว่า:

  • Lead ที่มาจาก Facebook Ads มีโอกาสปิดการขายสูงกว่า Lead จาก Google Ads หรือเปล่า
  • ลูกค้าที่ซื้อสินค้า เคยโต้ตอบกับคอนเทนต์แบบไหนของคุณบ้าง
  • แคมเปญไหนที่สร้าง Lead ที่มีมูลค่าสูงที่สุด (Quality Lead)

การเชื่อมข้อมูลแบบนี้ช่วยให้ทีมการตลาดและทีมขายทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น เพราะทุกคนดูข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่มีใครมาบอกว่า “ข้อมูลของฉันไม่ตรงกับของคุณ” อีกต่อไป

การวัดผลทุกช่องทางในที่เดียว (Omni-channel Analytics)

ในยุคที่ธุรกิจใช้หลายช่องทางในการทำการตลาด ตั้งแต่เว็บไซต์ โซเชียล อีเมล โฆษณา แชทบอท การมีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายที่เป็นปัญหาใหญ่ คุณต้องเข้าไปดูรายงานใน Google Analytics, Facebook Ads Manager, Email Marketing Tool แยกกัน แล้วค่อยมานั่งรวมข้อมูลเอง

HubSpot Marketing Analytics แก้ปัญหานี้ด้วยการรวมข้อมูลจากทุกช่องทางมาไว้ในที่เดียว (Omni-channel Analytics) คุณจะเห็นภาพรวมว่า:

  • ช่องทางไหนสร้าง Traffic มากที่สุด
  • ช่องทางไหนมี Conversion Rate สูงที่สุด
  • ช่องทางไหนที่ ROI ต่ำเกินไป ควรตัดออก
  • ช่องทางไหนที่ควรเพิ่มงบเพราะ perform ดี

การมองเห็นภาพรวมแบบนี้ช่วยให้คุณจัดสรรงบประมาณได้อย่างชัดเจนไม่ต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป

ฟีเจอร์สำคัญใน HubSpot Marketing Analytics Reporting

Marketing Analytics Reporting ของ HubSpot มีฟีเจอร์มากมายที่ครอบคลุมทุกความต้องการของนักการตลาด โดยมีฟีเจอร์สำคัญดังนี้

Traffic Analytics

เข้าใจว่าใครเข้ามาเว็บไซต์ของคุณ มาจากไหน และทำอะไรบ้าง:

  • จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด (Total Visitors) – ดูว่าเว็บไซต์มีคนเข้ามาเยี่ยมชมกี่คนต่อวัน สัปดาห์ หรือเดือน
  • แหล่งที่มาของ Traffic (Traffic Sources) – รู้ว่าคนเข้ามาจาก Google Search, Social Media, Email หรือ Direct
  • หน้าที่ได้รับความนิยม (Top Pages) – ดูว่าคนชอบอ่านคอนเทนต์เรื่องอะไรมากที่สุด
  • อัตราตีกลับ (Bounce Rate) – วัดว่ามีคนเข้ามาแล้วออกไปทันทีกี่เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าชม และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม เช่น ถ้าเห็นว่า Traffic จาก SEO เยอะ ก็ควรลงทุนทำ SEO ต่อไป หรือถ้าเห็นว่าหน้าไหนมี Bounce Rate สูงมาก อาจต้องปรับปรุงคอนเทนต์หรือความเร็วของหน้านั้น

Lead Generation & Conversion Analytics

ติดตามว่าคุณสร้าง Lead ได้จากไหน และกี่เปอร์เซ็นต์ที่กลายเป็นลูกค้าจริง:

  • จำนวน Lead ที่ได้รับ – ดูว่าแต่ละแหล่งส่ง Lead มาให้กี่คน
  • Conversion Rate แต่ละขั้นตอน – วัดว่ามีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่เปลี่ยนจากผู้เยี่ยมชมเป็น Lead และจาก Lead เป็นลูกค้า
  • คุณภาพของ Lead – ดูว่า Lead จากช่องทางไหนมีแนวโน้มปิดการขายสูงกว่า
  • ฟอร์มที่ได้ผลดี – รู้ว่าฟอร์มไหนมีคนกรอกมากที่สุด

การมีข้อมูลนี้ทำให้คุณปรับปรุงกระบวนการ Lead Generation ได้ คุณจะรู้ว่าควรปรับแต่งฟอร์มให้ง่ายขึ้น หรือเน้นทำคอนเทนต์ประเภทไหนที่ดึง Lead คุณภาพดี

Email Marketing Performance Report

วิเคราะห์ว่าอีเมลที่ส่งไปได้ผลแค่ไหน:

  • Open Rate – กี่เปอร์เซ็นต์ที่เปิดอ่านอีเมล บอกได้ว่าหัวข้ออีเมลน่าสนใจหรือเปล่า
  • Click-Through Rate (CTR) – กี่คนที่คลิกลิงก์ในอีเมล บอกได้ว่าเนื้อหาภายในน่าสนใจไหม
  • Unsubscribe Rate – มีคนกี่คนที่ยกเลิกการรับอีเมล ถ้าสูงเกินไปอาจต้องปรับกลยุทธ์
  • Conversion จากอีเมล – ดูว่าอีเมลไหนที่ทำให้คนซื้อสินค้าหรือบริการ

Marketing Analytics Reporting เหล่านี้ช่วยให้คุณปรับปรุงอีเมลให้ได้ผลดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณจะรู้ว่าควรส่งอีเมลเวลาไหน ใช้หัวข้อแบบไหน และเขียนเนื้อหาอย่างไรให้คนสนใจ

Social Media Reporting

วัดผลการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย:

  • Engagement Rate – ดูว่าโพสต์มีคนกด Like, Share, Comment กี่คน
  • Follower Growth – ติดตามว่า Follower เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • Traffic จาก Social – รู้ว่ามีคนกี่คนที่คลิกเข้ามาเว็บไซต์จากโซเชียล
  • Best Performing Posts – ดูว่าโพสต์แบบไหนที่คนชอบมากที่สุด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณรู้ว่าควรโพสต์คอนเทนต์แบบไหน เวลาไหน และบนแพลตฟอร์มไหนให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาโพสต์แบบสุ่ม ๆ โดยไม่รู้ว่าได้ผลหรือเปล่า

Ads Tracking & ROI Measurement

ติดตามโฆษณาทุกแพลตฟอร์มและวัด ROI:

  • ค่าใช้จ่ายโฆษณาทั้งหมด (Total Ad Spend) – รวมงบทั้งหมดจากทุกช่องทาง
  • Cost Per Lead (CPL) – คำนวณว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้ Lead 1 คน
  • Cost Per Customer (CPC) – คำนวณว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้ลูกค้า 1 คน
  • ROI ของแต่ละแคมเปญ – ดูว่าแคมเปญไหนคุ้มค่า แคมเปญไหนขาดทุน

การวัด ROI อย่างชัดเจนช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรเพิ่มหรือลดงบโฆษณาที่ไหน และช่องทางไหนที่ควรหยุดเลย เพราะไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง

Website Engagement & Behavior Tracking

ดูว่าคนที่เข้ามาเว็บไซต์ทำอะไรบ้าง:

  • เวลาที่ใช้บนเว็บไซต์ (Time on Page) – คนอ่านคอนเทนต์นานแค่ไหน
  • Scroll Depth – คนเลื่อนอ่านลงมาถึงไหน หรืออ่านแค่บนสุดแล้วออกไป
  • Click Heatmap – ดูว่าคนคลิกที่ไหนบนหน้าเว็บบ้าง
  • User Journey – ติดตามว่าคนเข้ามาจากหน้าไหน ไปหน้าไหนต่อ และออกจากหน้าไหน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณปรับปรุง UX/UI ของเว็บไซต์ คุณจะรู้ว่าควรวางปุ่ม CTA ที่ไหน ควรเขียนคอนเทนต์ยาวหรือสั้น และควรปรับอะไรเพื่อให้คนอยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น

Custom Reports สำหรับนักการตลาดระดับ Advance

สำหรับคนที่อยากวิเคราะห์ข้อมูลแบบละเอียดยิ่งขึ้น HubSpot Marketing Analytics ยังมีฟีเจอร์ Custom Reports ที่ให้คุณสร้างรายงานเฉพาะที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้เลย:

  • เลือก Metrics ที่ต้องการ – ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณเท่านั้น
  • กรองข้อมูลตามเงื่อนไข (Filters) – แบ่งกลุ่มข้อมูลตามที่คุณต้องการ เช่น แบ่งตาม Region, Product, Campaign
  • เปรียบเทียบข้อมูลช่วงเวลา – ดูว่าผลการตลาดดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว
  • ส่งรายงานอัตโนมัติ (Scheduled Reports) – ตั้งให้ระบบส่งรายงานมาให้ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน

Custom Reports นี้เหมาะมากสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ หรือธุรกิจที่มี KPIs เฉพาะที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ประโยชน์ของการใช้ HubSpot Marketing Analytics สำหรับธุรกิจ

เมื่อคุณเริ่มใช้ HubSpot Marketing Analytics อย่างจริงจัง คุณจะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นชัดเจนทั้งในด้านประสิทธิภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจ:

ค้นหาช่องทางที่สร้างยอดขายจริง (Revenue Attribution)

แทนที่จะเดาว่าช่องทางไหนทำให้ได้ลูกค้า คุณจะมีข้อมูลชัดเจนว่ารายได้จริง ๆ มาจากช่องทางไหนบ้าง คุณสามารถเห็นว่า:

  • Lead ที่มาจาก Google Ads ปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสร้างรายได้รวมเท่าไหร่
  • คอนเทนต์บล็อกที่เขียนไว้ช่วยสร้างลูกค้าได้จริงหรือเปล่า
  • อีเมลแคมเปญไหนที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

การรู้ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่างบการตลาดที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่า และคุณสามารถเพิ่มงบให้กับช่องทางที่ทำงานได้ดีจริง ๆ

วัดผลและตัดสินใจได้บนข้อมูล (Data-Driven Decisions)

การตัดสินใจบนข้อมูล (Data-Driven) คือหัวใจสำคัญของการทำการตลาดยุคใหม่ แทนที่คุณจะต้องพึ่งประสบการณ์หรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว คุณจะมีข้อมูลชัดเจนมาสนับสนุนการตัดสินใจทุกครั้ง

ตัวอย่างเช่น:

  • ควรเพิ่มงบโฆษณาบน Facebook หรือ Google? – ดูจาก ROI และ CPL ของแต่ละแพลตฟอร์ม
  • ควรส่งอีเมลเวลาไหนที่ได้ผลดีที่สุด? – ดูจาก Open Rate และ CTR ในช่วงเวลาต่าง ๆ
  • คอนเทนต์ประเภทไหนที่คนชอบอ่าน? – ดูจาก Page Views และ Time on Page

การมีข้อมูลที่แม่นยำทำให้คุณลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในทุกแคมเปญ

ลดต้นทุนโฆษณาด้วยการระบุช่องทางที่ไม่คุ้มค่า

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่นักการตลาดมักเจอคือ การใช้งบโฆษณาไปกับช่องทางที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ผล เพียงแค่คุณสามารถระบุว่าช่องทางไหนมี ROI ต่ำ หรือ Cost Per Lead สูงเกินไป คุณก็สามารถหยุดหรือลดงบช่องทางนั้นได้ทันที

ตัวอย่าง:

  • ถ้าเห็นว่าโฆษณา Display Ads ใช้เงินไปเยอะแต่ไม่ได้ Conversion เลย คุณก็สามารถหยุดได้
  • ถ้าเห็นว่า Lead จาก LinkedIn มีคุณภาพสูงกว่า Lead จาก Instagram คุณก็สามารถเพิ่มงบให้ LinkedIn มากขึ้น

การจัดสรรงบอย่างชาญฉลาดนี้ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มาก และนำเงินที่เหลือไปใช้กับช่องทางที่ได้ผลดีกว่า

เชื่อมการตลาด–เซลส์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วย HubSpot CRM

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นในหลายองค์กร คือ ทีมการตลาดและทีมขายทำงานแยกกัน ทีมการตลาดส่ง Lead ไปแล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ ทีมขายก็บ่นว่า Lead ที่ได้รับมาไม่มีคุณภาพ

HubSpot Marketing Analytics แก้ปัญหานี้ด้วยการเชื่อมข้อมูลจากการตลาดเข้ากับ HubSpot CRM ทำให้ทั้งสองทีมเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน:

  • ทีมขายจะเห็นว่า Lead แต่ละคนเคยโต้ตอบกับคอนเทนต์อะไรบ้าง เข้าชมเว็บไซต์หน้าไหน เปิดอีเมลไหน
  • ทีมการตลาดจะเห็นว่า Lead ที่ส่งไปมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทีมขายติดต่อแล้ว และปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์

การมีข้อมูลร่วมกันนี้ช่วยให้ทั้งสองทีมทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น และปรับปรุงกระบวนการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัดผลแบบ End-to-End ตั้งแต่ผู้เยี่ยมชมถึงปิดการขาย

สิ่งที่ทำให้ HubSpot Marketing Analytics แตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ อย่างมากคือ ความสามารถในการติดตามเส้นทางลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End)

คุณสามารถเห็นได้ว่า:

  1. ลูกค้าคนนี้เข้ามาจาก Facebook Ads
  2. เขาอ่านบทความบนบล็อก 3 เรื่อง
  3. ดาวน์โหลด E-book แล้วกลายเป็น Lead
  4. เปิดอีเมล Follow-up 5 ฉบับ
  5. ทีมขายโทรติดต่อและนัดประชุม
  6. ปิดการขายสำเร็จและกลายเป็นลูกค้า

การเห็นภาพรวมแบบนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่า ต้องใช้ Touchpoint กี่จุดถึงจะปิดการขายได้ และช่วงไหนที่มีคน Drop Off เยอะ คุณก็สามารถปรับปรุงได้ทันที

HubSpot Marketing Analytics ต่างจากเครื่องมือ Marketing Analytics Platform อื่นอย่างไร?

ในตลาดมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายตัว โดย HubSpot Marketing Analytics แตกต่างจากตัวอื่นดังนี้

เปรียบเทียบกับ Google Analytics

Google Analytics เป็นเครื่องมือที่นักการตลาดส่วนใหญ่คุ้นเคยและใช้กันอยู่แล้ว แต่มันก็มีข้อจำกัดบางอย่าง:

ข้อดีของ Google Analytics:

  • ฟรี และใช้งานง่าย
  • วิเคราะห์ Traffic และพฤติกรรมผู้ใช้ได้ละเอียด
  • มีข้อมูล Demographic และ Interest ของผู้เข้าชม

ข้อจำกัดของ Google Analytics:

  • ไม่มีระบบ CRM ในตัว ไม่สามารถติดตาม Lead แต่ละคนได้
  • ไม่สามารถวัดผล ROI ของแคมเปญได้โดยตรง ต้องไปเชื่อมต่อกับระบบอื่น
  • ไม่มีฟีเจอร์ Email Marketing หรือ Social Media Management
  • ข้อมูลเป็นแบบ Aggregate ไม่สามารถเห็นภาพรวมของลูกค้าแต่ละคนได้

ข้อดีของ HubSpot Marketing Analytics:

  • เชื่อมกับ CRM ได้ทันที สามารถติดตาม Lead และลูกค้าแต่ละคนได้
  • วัด ROI และ Revenue Attribution ได้ชัดเจน
  • รวมเครื่องมือการตลาดทั้งหมดไว้ในที่เดียว ไม่ต้องใช้หลายเครื่องมือ
  • มีฟีเจอร์ Automation ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

สรุป: ถ้าคุณต้องการแค่ดู Traffic และพฤติกรรมผู้ใช้ Google Analytics ก็เพียงพอ แต่ถ้าคุณต้องการเครื่องมือที่ครอบคลุมตั้งแต่การตลาดจนถึงการขาย HubSpot Marketing Analytics คือคำตอบที่ดีกว่า

เปรียบเทียบกับเครื่องมือ Dashboard อื่น (Looker Studio, Tableau)

เครื่องมือ Dashboard อย่าง Looker Studio (เดิมคือ Google Data Studio) หรือ Tableau เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสร้างรายงานสวยงาม และดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมกันได้

ข้อดีของ Looker Studio / Tableau:

  • สร้างรายงานที่ custom ได้อย่างอิสระ สวยงามมาก
  • เชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่งได้ เช่น Google Ads, Facebook, CRM ต่างๆ
  • เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลให้ผู้บริหาร

ข้อจำกัดของ Looker Studio / Tableau:

  • ต้องใช้เวลาในการตั้งค่าและเชื่อมข้อมูล ไม่ใช่ Plug-and-Play
  • ไม่มีฟีเจอร์การตลาดในตัว เป็นเพียงเครื่องมือแสดงผลเท่านั้น
  • ต้องจ้าง Data Analyst หรือมีความรู้ด้าน Data เพื่อสร้างรายงาน
  • ราคาแพง (โดยเฉพาะ Tableau)

ข้อดีของ HubSpot Marketing Analytics:

  • Dashboard สำเร็จรูปที่ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่านาน
  • มีฟีเจอร์การตลาดครบในระบบเดียว ไม่ใช่แค่แสดงผล
  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีความรู้ด้าน Data มากนัก
  • เชื่อมต่อกับ HubSpot CRM ได้อัตโนมัติ

สรุป: ถ้าคุณต้องการสร้างรายงานที่สวยงามและ custom สูง Looker Studio หรือ Tableau อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าคุณต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ครบ และไม่ต้องจ้างคนมาตั้งค่า HubSpot Marketing Analytics เป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก

ทำไม HubSpot เป็น Marketing Analytics Solutions แบบ All-in-One

สิ่งที่ทำให้ HubSpot โดดเด่น คือ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ Marketing Analytics Platform อย่างเดียว แต่เป็น Marketing Analytics Solutions แบบ All-in-One ที่รวมทุกอย่างที่นักการตลาดต้องการไว้ในที่เดียว:

  • Marketing Hub – สร้างและจัดการแคมเปญการตลาด
  • Sales Hub – จัดการ Lead และกระบวนการขาย
  • Service Hub – ดูแลลูกค้าหลังการขาย
  • CMS Hub – สร้างและจัดการเว็บไซต์
  • Operations Hub – เชื่อมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

การที่ทุกอย่างอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกันทำให้:

  • ข้อมูลไหลเวียนได้อย่างราบรื่น ไม่มีข้อมูลหาย
  • ประหยัดเวลาในการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ
  • ทีมทำงานร่วมกันได้ง่าย ทุกคนดูข้อมูลชุดเดียวกัน
  • ค่าใช้จ่ายโดยรวมอาจถูกกว่าการซื้อเครื่องมือหลายตัว

นี่คือเหตุผลที่องค์กรหลายแห่งเลือกใช้ HubSpot เป็น Marketing Analytics Solutions หลักของตัวเอง

ใครควรใช้ HubSpot Marketing Analytics?

HubSpot Marketing Analytics เหมาะกับธุรกิจหลากหลายประเภท มาดูกันว่าใครบ้างที่ควรใช้:

ทีมการตลาดในองค์กร

ถ้าคุณเป็นนักการตลาดที่ต้องรายงานผลให้ผู้บริหารเป็นประจำ HubSpot Marketing Analytics จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก คุณจะมีข้อมูลชัดเจนพร้อมนำเสนอ ไม่ต้องเสียเวลานั่งรวบรวมข้อมูลจากหลายที่ แล้วค่อยมาทำเป็น PowerPoint

คุณสามารถ:

  • แสดง Dashboard แบบ Real-time ให้ผู้บริหารดูได้ทันที
  • พิสูจน์ว่าแคมเปญที่ทำมีผลดีขนาดไหน ด้วย ROI ที่วัดได้จริง
  • วางแผนงานได้ดีขึ้นเพราะมีข้อมูลในอดีตมาประกอบการตัดสินใจ

ธุรกิจ E-Commerce

สำหรับธุรกิจ E-Commerce การรู้ว่าลูกค้ามาจากไหน ซื้ออะไร และทำไมถึงซื้อ เป็นสิ่งสำคัญมาก HubSpot Marketing Analytics ช่วยให้คุณ:

  • ติดตามว่าช่องทางไหนส่งลูกค้าที่ซื้อมูลค่าสูง
  • วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ เช่น ลูกค้ามักซื้อสินค้าอะไรร่วมกัน
  • ทำ Re-targeting และส่งอีเมลตามพฤติกรรมของลูกค้า
  • ลด Cart Abandonment Rate ด้วยการส่งอีเมลเตือนอัตโนมัติ

ถ้าคุณขายของออนไลน์และต้องการเพิ่มยอดขาย HubSpot Marketing Analytics เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าและตัดสินใจได้ดีขึ้น

Digital Agency

ถ้าคุณเป็น Agency ที่รับทำการตลาดให้ลูกค้าหลายราย HubSpot Marketing Analytics จะช่วยให้คุณจัดการลูกค้าได้ง่ายขึ้น:

  • สร้าง Dashboard แยกให้แต่ละลูกค้า
  • รายงานผลแบบอัตโนมัติ ส่งให้ลูกค้าเป็นประจำ
  • พิสูจน์ผลงานด้วยข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในบริการของคุณ
  • ประหยัดเวลาในการทำรายงาน มีเวลาไปทำงานอื่นได้มากขึ้น

หลาย Agency เลือกใช้ HubSpot เพราะมันช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ดี

เจ้าของกิจการที่ต้องการเห็นยอดขายแบบชัดเจน

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์ข้อมูลทีละรายการ แต่อยากรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ HubSpot Marketing Dashboard จะช่วยคุณได้

คุณสามารถ:

  • เปิดดู Dashboard ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ
  • เห็นภาพรวมของธุรกิจในหน้าเดียว ไม่ต้องเข้าไปดูในหลายระบบ
  • ตั้ง Alert ให้แจ้งเตือนเมื่อมีอะไรผิดปกติ เช่น ยอดขายลดลงกะทันหัน
  • ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นเพราะมีข้อมูลชัดเจนอยู่ในมือ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มไหน ถ้าคุณต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจข้อมูลการตลาดได้ดีขึ้น HubSpot Marketing Analyticsคือตัวเลือกที่คุณควรพิจารณา

วิธีเริ่มต้นใช้ HubSpot Marketing Analytics

การใช้งาน HubSpot Analytics เพื่อทำการตลาด สามารถเริ่มใช้งานได้ดังนี้

เชื่อมต่อ HubSpot กับเว็บไซต์ / Social / Ads

ขั้นตอนแรกคือการเชื่อมต่อ HubSpot กับทุกช่องทางการตลาดของคุณ เพื่อให้ข้อมูลไหลเข้ามาในระบบ:

เชื่อมต่อเว็บไซต์:

  • ติดตั้ง HubSpot Tracking Code บนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเริ่มเก็บข้อมูลผู้เข้าชม
  • เชื่อมต่อฟอร์มต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล Lead

เชื่อมต่อ Social Media:

  • เชื่อมต่อ Facebook, Instagram, LinkedIn, Twitter เพื่อดูผลการโพสต์และโฆษณา

เชื่อมต่อโฆษณา:

  • เชื่อมต่อ Google Ads, Facebook Ads เพื่อติดตามค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์

การเชื่อมต่อเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำได้ง่ายมาก แค่คลิก “Connect” แล้วใส่รหัสผ่านเข้าไป HubSpot ก็จะดึงข้อมูลมาให้อัตโนมัติ

สร้าง Dashboard แรกสำหรับทีมการตลาด

เมื่อเชื่อมต่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือสร้าง HubSpot Marketing Dashboard แรกของคุณ:

Dashboard สำหรับทีมการตลาดควรมี:

  • จำนวน Visitors ทั้งหมด
  • จำนวน Lead ที่ได้รับ
  • Conversion Rate จาก Visitor เป็น Lead
  • แหล่งที่มาของ Traffic (Organic, Paid, Social, Email)
  • ROI ของแคมเปญที่กำลังรัน

HubSpot มี Template สำเร็จรูปให้เลือกใช้ คุณแค่เลือก Template ที่ชอบ แล้วปรับแต่งนิดหน่อยก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

ตรวจสอบ KPIs ที่ควรติดตาม

ก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริง คุณควรกำหนด KPIs (Key Performance Indicators) ที่คุณต้องการติดตามให้ชัดเจน:

KPIs ที่นักการตลาดมักติดตาม:

  • Traffic – จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
  • Lead Generation – จำนวน Lead ที่ได้รับต่อเดือน
  • Conversion Rate – เปอร์เซ็นต์การแปลง Visitor เป็น Lead และ Lead เป็นลูกค้า
  • Cost Per Lead (CPL) – ต้นทุนในการหา Lead 1 คน
  • Customer Acquisition Cost (CAC) – ต้นทุนในการหาลูกค้า 1 คน
  • ROI – ผลตอบแทนจากการลงทุนในการตลาด
  • Customer Lifetime Value (CLV) – มูลค่าที่ลูกค้า 1 คนจะสร้างให้ธุรกิจตลอดอายุการเป็นลูกค้า

การมี KPIs ที่ชัดเจนช่วยให้คุณรู้ว่าควรมองที่ตัวเลขไหน และตัวเลขไหนที่บอกได้ว่าธุรกิจกำลังไปได้ดี

วิเคราะห์ผลรายสัปดาห์–รายเดือน

เมื่อระบบเริ่มเก็บข้อมูลได้แล้ว อย่าลืมตั้งเวลาในการวิเคราะห์ผลเป็นประจำ:

รายสัปดาห์:

  • ดูว่าแคมเปญที่กำลังรันอยู่ได้ผลหรือเปล่า
  • ตรวจสอบ Lead ที่เข้ามาว่ามีคุณภาพหรือไม่
  • แก้ไขสิ่งที่ไม่ได้ผลทันที

รายเดือน:

  • วิเคราะห์ Trend ว่าผลการตลาดดีขึ้นหรือแย่ลง
  • เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • วางแผนแคมเปญสำหรับเดือนถัดไป

ราย Quarter:

  • ดูภาพรวมของธุรกิจทั้ง 3 เดือน
  • ปรับกลยุทธ์ใหญ่ถ้าจำเป็น
  • นำเสนอผลงานให้ผู้บริหาร

การวิเคราะห์ผลเป็นประจำช่วยให้คุณปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และไม่พลาดโอกาสในการทำให้ธุรกิจดีขึ้น

CIPHER – บริการวิเคราะห์ข้อมูลและตั้งค่า HubSpot Marketing Analytics

แม้ HubSpot Marketing Analytics จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่การตั้งค่าให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ อาจต้องใช้ความเชี่ยวชาญและเวลาพอสมควร

CIPHER พร้อมช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จาก HubSpot Marketing Analytics ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นหรือใช้งาน HubSpot มาสักพักแล้ว เรามีบริการ CRM Traning สำหรับองค์กรที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ:

ตั้งค่า Dashboard + Custom Report

เราช่วยคุณสร้าง HubSpot Marketing Dashboard และ Marketing Analytics Reporting ที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจ:

  • วิเคราะห์ความต้องการของธุรกิจ – คุยกับทีมของคุณเพื่อเข้าใจว่าต้องการดูข้อมูลอะไรบ้าง
  • ออกแบบ Dashboard ที่เหมาะสม – สร้างหน้าจอแสดงผลที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่งง
  • ตั้งค่า Custom Report – สร้างรายงานเฉพาะที่ตอบโจทย์ KPIs ของคุณ
  • เชื่อมต่อทุกช่องทาง – ตั้งค่าการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ Social Media และ Ads Platform ต่าง ๆ

บริการนี้ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง และได้ Dashboard ที่ใช้งานได้จริงทันที

วิเคราะห์ผลการตลาด และเสนอแนวทางปรับปรุง

ข้อมูลมีค่าเมื่อคุณรู้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร ทีมของ CIPHER จะช่วยคุณ:

  • วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก – ดูว่าแคมเปญไหนได้ผล ช่องทางไหนไม่คุ้มค่า และมีปัญหาอะไรบ้าง
  • เสนอแนวทางปรับปรุง – ให้คำแนะนำที่ชัดเจนว่าควรทำอะไรต่อไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ติดตามผลและปรับกลยุทธ์ – ช่วยติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  • รายงานสรุปผลประจำเดือน – ส่งรายงานที่เข้าใจง่ายให้คุณทุกเดือน

คุณจะได้รับมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น และไม่พลาดโอกาสในการเติบโต

เชื่อมข้อมูล HubSpot CRM เพื่อวัด Conversion

การเชื่อม HubSpot Marketing Analytics กับ HubSpot CRM อย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการวัด Conversion แบบ End-to-End CIPHER ช่วยคุณ:

  • ตั้งค่า Pipeline ให้ถูกต้อง – กำหนดขั้นตอนการขายให้ชัดเจน
  • เชื่อมข้อมูลการตลาดกับการขาย – ทำให้ Lead ไหลจากการตลาดเข้าสู่ทีมขายได้อย่างราบรื่น
  • สร้างรายงาน Attribution – วัดว่าช่องทางไหนมีส่วนช่วยในการปิดการขาย
  • อบรมทีมการใช้งาน – สอนทีมของคุณให้ใช้งาน HubSpot CRM และ Analytics ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากบริการด้าน HubSpot Marketing Analytics แล้ว CIPHER ยังมีบริการอบรม CRM Training สำหรับทีมขายของคุณอีกด้วย เพื่อให้ทั้งทีมการตลาดและทีมขายทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

สรุป

HubSpot Marketing Analytics คือ เครื่องมือที่จะเปลี่ยนวิธีคุณทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือ Agency การมี Marketing Analytics Platform ที่ดีจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น ประหยัดงบโฆษณา และเพิ่มยอดขายได้ CIPHER พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยให้คุณปลดล็อกศักยภาพของ HubSpot Marketing Analytics อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อย

HubSpot Marketing Analytics ราคาเท่าไหร่?

HubSpot มี Package ให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ Free Tools (ฟีเจอร์จำกัด) ไปจนถึง Enterprise (ฟีเจอร์ครบ) ราคาขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและความต้องการของคุณ แนะนำให้ติดต่อทีม HubSpot หรือ CIPHER เพื่อขอใบเสนอราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

ต้องมีความรู้ทางเทคนิคมากไหมถึงจะใช้ HubSpot Marketing Analytics ได้?

ไม่ต้องครับ! HubSpot ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย แม้คุณไม่ใช่คนเทคนิคก็สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่เป็นการ Drag & Drop และคลิกเลือกเท่านั้น แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือ CIPHER ก็พร้อมให้บริการอบรมและตั้งค่าให้

HubSpot Marketing Analytics ใช้ร่วมกับ Google Analytics ได้ไหม?

หลายองค์กรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน โดยใช้ Google Analytics เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกของเว็บไซต์ และใช้ HubSpot เพื่อวัด ROI และติดตาม Lead จนถึงการขาย

ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลจากการใช้ HubSpot Marketing Analytics?

คุณจะเริ่มเห็นข้อมูลทันทีที่ตั้งค่าเสร็จ แต่การเห็น “ผล” ที่ชัดเจนอาจใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน เพราะคุณต้องเก็บข้อมูลพอสมควรก่อนจะวิเคราะห์ได้อย่างมีความหมาย
Shopping Cart
Scroll to Top