อยากได้ลูกค้าใหม่ + ลูกค้าเก่าไม่หาย ต้องเริ่มจาก การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience

กลยุทธ์การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience สำหรับธุรกิจ

Table of Contents

ไม่ว่าใครก็คงอยากให้ลูกค้าใหม่หลั่งไหลเข้ามา และลูกค้าเก่าไม่หายไปไหน แน่นอนว่าสิ่งที่จะช่วยมัดใจลูกค้าได้นั้นไม่ได้อยู่แค่ที่สินค้าดีหรือบริการเยี่ยม แต่คือ “ประสบการณ์” ที่ลูกค้าได้รับในทุกจุดสัมผัส เพราะในยุคที่ทุกอย่างถูกนำมาเปรียบเทียบได้ง่าย แบรนด์ที่เข้าใจและใส่ใจ Customer Experience คือ แบรนด์ที่ลูกค้าอยากกลับมาเลือกซ้ำ

ที่ Cipher เราเข้าใจดีว่าความรู้สึกเล็ก ๆ ของลูกค้า คือ สิ่งที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ใหญ่ให้ธุรกิจของคุณ โดยในบทความนี้ จะพาคุณไปสำรวจจุดที่หลายธุรกิจมองข้าม พร้อมวิธีพัฒนา Customer Experience ให้กลายเป็นกลยุทธ์รักษาลูกค้าอย่างยั่งยืน และสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ รวมไปถึง แนะนำบริการ Social Media Marketing ที่ช่วยตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ

Customer Experience คืออะไร?

กลยุทธ์การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience

Customer Experience คือ ผลรวมของทุกปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรู้จักแบรนด์ครั้งแรก การซื้อสินค้าหรือบริการ ไปจนถึงการใช้งานและบริการหลังการขาย Customer Experience คือ สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในยุคที่สินค้าและบริการมีความคล้ายคลึงกัน Customer Experience ครอบคลุมทั้งความรู้สึก การรับรู้ และทัศนคติของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ในทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์

การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีจึงเป็นการสร้างความประทับใจในทุก ๆ ขั้นตอนของ Customer Journey Customer Engagement เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ Customer Experience คือ สิ่งที่จับต้องได้และมีความหมายต่อลูกค้า

Customer Experience เกี่ยวข้องอย่างไรกับการรักษาลูกค้า?

การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience เป็นความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ออก เมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี พวกเขาจะเกิดความประทับใจและมีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อซ้ำ โดยลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่ดี มีโอกาสซื้อซ้ำสูง เมื่อเทียบกับลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ทำให้ Customer Experience Marketing จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาลูกค้า

การบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยรักษาลูกค้าเก่า แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ผ่านการบอกต่อ (Word of Mouth) เนื่องจากลูกค้าที่ประทับใจมักจะแนะนำแบรนด์ให้กับคนรอบข้าง Customer Experience Management คือกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการกับประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมธุรกิจชั้นนำจึงให้ความสำคัญกับ Customer Experience Management อย่างจริงจัง การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience จึงเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

ทำไมธุรกิจของคุณถึงสูญเสียลูกค้า? มาดูจุดบอดใน ปัญหา Customer Experience

หลายธุรกิจมักเข้าใจผิดว่าลูกค้าหายไปเพราะคุณภาพสินค้าไม่ดีหรือราคาสูงเกินไป แต่ความจริงแล้ว การสูญเสียลูกค้าส่วนใหญ่มักเกิดจากประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองที่ล่าช้า พนักงานที่ขาดความเข้าใจความต้องการของลูกค้า หรือระบบที่ซับซ้อนยุ่งยาก การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

การไม่เข้าใจว่า Customer Experience ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาลูกค้า ทำให้หลายธุรกิจมองข้ามจุดสัมผัสเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของลูกค้า สิ่งนี้เป็นจุดบอดที่ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะเปลี่ยนไปใช้บริการคู่แข่งโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว Customer Experience มีอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า เป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องเรียนรู้และวิเคราะห์อย่างละเอียด

การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience มีข้อดีอย่างไร?

การให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถจับต้องได้ โดย Customer Experience Management คือ การลงทุนที่คุ้มค่าด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  • สร้างแบรนด์ได้ระยะยาว: ประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน Customer Engagement ที่ดีจะเป็นรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว
  • ลด Churn Rate: Customer Experience ที่ดีช่วยลดอัตราการสูญเสียลูกค้า เพราะลูกค้าจะไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยนไปใช้บริการคู่แข่ง การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience จึงช่วยประหยัดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่
  • เพิ่ม Customer Lifetime Value: ลูกค้าที่ประทับใจจะอยู่กับแบรนด์นานขึ้น และมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น Customer Engagement ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ
  • ลูกค้าพร้อมแนะนำต่อ (Referral): ประสบการณ์ที่น่าประทับใจจะทำให้ลูกค้ากลายเป็นทูตของแบรนด์ (Brand Ambassador) ที่ช่วยแนะนำลูกค้าใหม่ให้กับธุรกิจ Customer Experience คือ กลไกสำคัญในการสร้างการบอกต่อแบบปากต่อปาก

องค์ประกอบของ Customer Experience ที่มีผลต่อความภักดีของลูกค้า

Customer Engagement มีผลต่อความภักดีและการการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าดังนี้

การมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง (Customer Engagement)

Customer Engagement เป็นส่วนสำคัญของการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดี การมีปฏิสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และยังเป็นโอกาสในการรับฟังความต้องการที่แท้จริงของพวกเขา Customer Engagement คือ กระบวนการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้า โดยมี Customer Experience ตัวอย่าง หรือวิธีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าง่าย ๆ เช่น

  • Email: การส่งอีเมลที่มีเนื้อหาเฉพาะบุคคล มีประโยชน์ และส่งในเวลาที่เหมาะสม ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและความผูกพันในระยะยาว Customer Experience คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าได้รับอีเมลที่ตรงใจและมีประโยชน์
  • Social Media: แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการสนทนา ตอบคำถาม และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience บนโซเชียลมีเดียช่วยสร้างชุมชนที่แข็งแกร่ง
  • แชทบอท หรือ Call Center: บริการสนับสนุนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า Customer Engagement ผ่านช่องทางเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่

การบริหารประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management)

Customer Experience Management คือ กระบวนการในการออกแบบและจัดการประสบการณ์ลูกค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกจุดสัมผัสเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสร้างความพึงพอใจสูงสุด การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดี

  • Mapping Journey: การวิเคราะห์และออกแบบเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) เพื่อออกแบบ Customer Journey Map ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการในแต่ละขั้นตอน Customer Experience Management คือการทำให้แต่ละจุดของ Journey มีความสอดคล้องกัน
  • กำหนด Touchpoint: การระบุจุดสัมผัสทั้งหมดระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ และออกแบบให้แต่ละจุดสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ Customer Experience คือผลรวมของทุก Touchpoint ที่ลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์
  • วัดความพึงพอใจ: การติดตามและประเมินความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนา Customer Experience Management คือการปรับปรุงอย่างไม่หยุดนิ่งตามข้อมูลที่ได้รับ

5 วิธีรักษาลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์ ด้วยการยกระดับ Customer Experience

การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience ไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจหลักการและวิธีการที่ถูกต้อง Customer Experience Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่าง ต่อไปนี้คือ 5 กลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อสร้างความภักดีและรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
5 วิธีรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience สำหรับธุรกิจ

1. ฟังเสียงลูกค้าอย่างจริงจัง

การรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่าน Feedback, Survey และ Review ช่วยให้เข้าใจความต้องการและความคาดหวังที่แท้จริง รวมถึงช่องว่างที่ต้องปรับปรุง

  • Net Promoter Score (NPS): เครื่องมือวัดความภักดีของลูกค้าที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีแนวโน้มจะแนะนำแบรนด์ให้ผู้อื่นมากน้อยเพียงใด
  • Post-purchase Survey: การสำรวจความพึงพอใจหลังการซื้อ ช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์การซื้อและการใช้งาน
  • ช่องทางแสดงความคิดเห็น: การเปิดช่องทางให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นได้สะดวก ช่วยให้ได้รับข้อเสนอแนะที่มีค่าและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าความคิดเห็นของพวกเขามีความสำคัญ

2. ปรับแต่งประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการ

การใช้ Data ในการทำ Personalization ช่วยให้สามารถนำเสนอประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแต่ละราย ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและได้รับการดูแลเอาใจใส่

  • Recommendation System: ระบบแนะนำสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับความสนใจและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละคน
  • การใช้ชื่อในการสื่อสาร: การเรียกชื่อลูกค้าในการสื่อสารช่วยสร้างความเป็นกันเองและทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเอาใจใส่
  • ข้อเสนอเฉพาะบุคคล: การนำเสนอโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษที่สอดคล้องกับความสนใจและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย

3. สร้าง CX ที่สอดคล้องในทุก Touchpoint

Omnichannel Experience เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าลูกค้าจะติดต่อกับแบรนด์ผ่านช่องทางใด พวกเขาควรได้รับประสบการณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน

  • Website: เว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย มีข้อมูลครบถ้วน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
  • Mobile App: แอปพลิเคชันที่มีฟังก์ชันครบถ้วน ใช้งานสะดวก และมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ
  • Offline Store: หน้าร้านที่ให้บริการด้วยมาตรฐานเดียวกับช่องทางออนไลน์ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างช่องทาง
  • Customer Support: ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าที่มีความเข้าใจความต้องการและสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

4. ใช้ Experiential Marketing สร้างความประทับใจ

Experiential Marketing คือ การสร้างประสบการณ์ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้า การให้ลูกค้า “ได้สัมผัส” ประสบการณ์จริงช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนาน เมื่อลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ในระดับลึก พวกเขาจะรู้สึกถึงความเชื่อมโยงและมีแนวโน้มที่จะซื่อสัตย์ต่อแบรนด์มากขึ้น

  • Event: การจัดกิจกรรมที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมและสัมผัสกับคุณค่าของแบรนด์โดยตรง
  • Workshop: การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความรู้และทักษะที่เป็นประโยชน์
  • Sampling / Demo: การให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าหรือบริการก่อนตัดสินใจซื้อ ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ

5. วัดผล CX อย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การวัดผลด้วย KPI และการปรับปรุงเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง เพื่อยกระดับ Customer Experience ให้ดียิ่งขึ้น

  • CSAT (Customer Satisfaction Score): คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าที่ช่วยวัดประสิทธิภาพของการให้บริการในแต่ละจุดสัมผัส
  • CES (Customer Effort Score): เครื่องมือวัดความพยายามที่ลูกค้าต้องใช้ในการทำธุรกรรมหรือแก้ไขปัญหา ยิ่งค่าต่ำยิ่งดี
  • CRM Dashboard: ระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เห็นภาพรวมและแนวโน้มที่สำคัญ

บริการ Customer Experience จากทีม Cipher ที่ช่วยตอบโจทย์ธุรกิจ (Customer Experience Management)

ทีม Cipher มีความเชี่ยวชาญด้าน Customer Experience Management และบริการด้าน Social Media Marketing พร้อมช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าของธุรกิจคุณ

  • การวิเคราะห์ Customer Journey: วิเคราะห์เส้นทางของลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อระบุจุดสัมผัสที่สำคัญและโอกาสในการพัฒนา
  • การออกแบบ CX Strategy: สร้างกลยุทธ์การบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่สอดคล้องกับเป้าหมายและค่านิยมของธุรกิจ
  • การพัฒนาระบบ Feedback: ออกแบบและติดตั้งระบบรับฟังความคิดเห็นที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่า
  • การฝึกอบรมพนักงาน: เสริมสร้างความเข้าใจและทักษะให้กับพนักงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า
  • การวัดผลและปรับปรุง: ติดตามผลลัพธ์และให้คำแนะนำในการจัดการ Social Media และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

สรุป

การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสำเร็จในระยะยาว Experience คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์และกลับมาซื้อซ้ำ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่โดดเด่นช่วยให้ธุรกิจแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างความภักดีที่แข็งแกร่ง Customer Engagement และ Customer Experience Management คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการรักษาลูกค้า

หากคุณต้องการยกระดับ Customer Experience ของธุรกิจ ทีม Cipher พร้อมช่วยคุณวางกลยุทธ์การบริการการจัดการ Social Media และพัฒนาระบบการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การรักษาลูกค้าอย่างยั่งยืนด้วย Customer Experience ที่เหนือชั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience

Customer Experience แตกต่างจากการบริการลูกค้า (Customer Service) อย่างไร?

การรักษาลูกค้าด้วย Customer Experience และ การบริการลูกค้า (Customer Service) มีข้อแตกต่างกันดังนี้

  • Customer Experience คือ ภาพรวมของทุกปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ครั้งแรกไปจนถึงการซื้อซ้ำ
  • Customer Service เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Customer Experience ที่เน้นเฉพาะการให้บริการและแก้ไขปัญหาเมื่อลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถลงทุนกับ Customer Experience ได้อย่างไรเมื่อมีทรัพยากรจำกัด?

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงจุดสัมผัส (Touchpoints) ที่สำคัญที่สุดก่อน เช่น

  • การตอบสนองที่รวดเร็วบนช่องทางออนไลน์
  • การอบรมพนักงานให้มีทักษะการสื่อสารที่ดี หรือการเก็บข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าอย่างง่าย ๆ
  • Customer Experience คือ การสร้างความประทับใจในทุกจุดสัมผัส ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดและความสม่ำเสมอ

สามารถวัดความสำเร็จของกลยุทธ์ Customer Experience ได้อย่างไร?

การวัดความสำเร็จของ Customer Experience สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่

  • การใช้ตัวชี้วัดมาตรฐานอย่าง NPS (Net Promoter Score)
  • CSAT (Customer Satisfaction Score) และ CES (Customer Effort Score) ไปจนถึงการติดตามอัตราการรักษาลูกค้า (Retention Rate)
  • อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion Rate) และมูลค่าตลอดชีวิตของลูกค้า (Customer Lifetime Value)
Scroll to Top