Shopify vs BigCommerce: เปรียบเทียบครบทุกด้าน ปี 2026 เลือกอะไรดี

Shopify vs BigCommerce: เปรียบเทียบครบทุกด้าน ปี 2026 เลือกอะไรดี

คำตอบสั้น ๆ: Shopify และ BigCommerce ราคาใกล้เคียงกันมาก แต่ Shopify ชนะด้วยระบบนิเวศที่ใหญ่กว่าและการใช้งานที่ลื่นกว่า ส่วน BigCommerce เด่นที่ฟีเจอร์ติดตัวเยอะโดยไม่ต้องซื้อแอปเสริมและความแข็งแรงด้าน B2B สำหรับธุรกิจไทยส่วนใหญ่ Shopify เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าเพราะมีผู้เชี่ยวชาญและการเชื่อมต่อในไทยรองรับมากกว่า

บทความนี้เจาะการเปรียบเทียบทั้งสองแพลตฟอร์มปี 2026 รวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างแผนราคาครั้งสำคัญของ BigCommerce ที่ผู้ขายต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

รู้จัก Shopify และ BigCommerce แบบรวบรัด

ทั้งคู่คือแพลตฟอร์ม E-Commerce แบบ SaaS ที่ดูแลโฮสติ้ง ความปลอดภัย และระบบร้านค้าให้ทั้งหมด จ่ายรายเดือนแล้วเปิดร้านได้เลย Shopify คือผู้นำตลาดที่มีร้านค้าหลายล้านร้านทั่วโลกและ App Store ขนาดมหึมา ส่วน BigCommerce คือคู่แข่งสาย Enterprise ที่ชูจุดขายเรื่องฟีเจอร์ในตัวที่ครบกว่าและความเปิดกว้างของระบบ (Open SaaS) ที่เชื่อมต่อระบบภายนอกได้อิสระ

ตารางเปรียบเทียบ Shopify vs BigCommerce ปี 2026

หัวข้อShopifyBigCommerce
ราคาแผนเริ่มต้น~$39/เดือน (Basic) หรือ ~$29 จ่ายรายปี~$39/เดือน (Standard/Core) หรือ ~$29 จ่ายรายปี
แผนกลาง/สูงGrow ~$105 · Advanced ~$399Plus/Growth ~$105 · Pro/Scale ~$399
เงื่อนไขยอดขาย (GMV)ไม่จำกัดยอดขายต่อแผนมีเพดาน GMV ต่อแผน เกินแล้วต้องอัปเกรด
ฟีเจอร์ในตัวพื้นฐานแน่น + เสริมด้วยแอปให้มากับแผนเยอะกว่า ไม่ค่อยพึ่งแอป
App / ธีมใหญ่ที่สุดในตลาดเล็กกว่ามาก ธีมให้เลือกน้อยกว่า
B2B / ขายส่งทำได้ผ่านแอปหรือแผน Plusแข็งแรงในตัวตั้งแต่แผนกลาง
ผู้เชี่ยวชาญในไทยหาได้ง่ายกว่ามากค่อนข้างหายาก

หมายเหตุ: กลางปี 2026 BigCommerce ปรับชื่อแผนเป็น Core / Growth / Scale พร้อมเงื่อนไข GMV และค่าธรรมเนียมใหม่ ควรอ่านรายละเอียดจากประกาศทางการก่อนสมัคร

เรื่องต้องรู้ปี 2026: BigCommerce ปรับโครงสร้างราคาครั้งใหญ่

ตั้งแต่กลางปี 2026 BigCommerce เปลี่ยนชื่อแผนจาก Standard, Plus, Pro เป็น Core, Growth, Scale โดยราคาฐานเท่าเดิม แต่มีสองการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต้นทุนจริง หนึ่งคือเพดานยอดขายต่อแผน (GMV Threshold) ถูกปรับลดลง เช่น แผนเริ่มต้นรองรับยอดขายต่อปีต่ำลงกว่าเดิม ทำให้ร้านที่ขายดีต้องอัปเกรดเร็วขึ้น และสองคือค่าธรรมเนียมใหม่สำหรับร้านที่ใช้เกตเวย์ชำระเงินภายนอกที่ไม่ใช่พาร์ทเนอร์แบบฝังตัว (ราว 0.6–2% ของยอดขายตามแผน)

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การคำนวณต้นทุนของ BigCommerce ซับซ้อนขึ้นสำหรับร้านไทยที่มักใช้เกตเวย์ท้องถิ่น ควรคำนวณค่าธรรมเนียมรวมจากยอดขายคาดการณ์ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่ค่าแผนรายเดือน

ฟีเจอร์: BigCommerce ให้เยอะในตัว แต่ Shopify ต่อยอดได้ไกลกว่า

BigCommerce มาพร้อมฟีเจอร์ติดเครื่องที่มากกว่าในราคาเดียวกัน เช่น ตัวเลือกสินค้า (Variants) ที่มากกว่า ระบบราคาเฉพาะกลุ่มลูกค้า และเครื่องมือ B2B ที่ดีตั้งแต่แผนกลาง เหมาะกับธุรกิจที่ไม่อยากจ่ายค่าแอปรายเดือนหลายตัว

Shopify ให้พื้นฐานที่แน่นและประสบการณ์ใช้งานที่ขัดเกลากว่า แล้วเปิดให้เลือกเติมเฉพาะที่ต้องการจาก App Store ที่มีแอปหลายพันตัว รวมถึงแอปสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ เช่น การเชื่อมขนส่งไทย ระบบใบกำกับภาษี และการยิงแอดโซเชียล ซึ่งฝั่ง BigCommerce มีตัวเลือกน้อยกว่ามากในไทย

การใช้งานในไทยและการหาทีมช่วย

ปัจจัยที่มักถูกมองข้ามคือ “ระบบนิเวศคนทำงาน” ในไทยมีเอเจนซี่ นักพัฒนา และฟรีแลนซ์ที่ชำนาญ Shopify จำนวนมาก มีคอมมูนิตี้และเอกสารภาษาไทยพอสมควร ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ BigCommerce ในไทยหายากกว่ามาก หากเจอปัญหาหรืออยากปรับแต่งเชิงลึก ต้นทุนการหาคนช่วยของ BigCommerce จะสูงกว่า

ด้านการชำระเงิน ทั้งคู่รองรับเกตเวย์ระดับสากล แต่ Shopify มีตัวเลือกเกตเวย์ท้องถิ่นไทยที่พร้อมใช้มากกว่า เช่น Opn Payments และ 2C2P ซึ่งสำคัญมากสำหรับ Conversion ของลูกค้าไทยที่นิยม PromptPay และ Mobile Banking

สรุป: เลือก Shopify หรือ BigCommerce ดี?

เลือก Shopify ถ้า: คุณขายในไทยเป็นหลัก ต้องการระบบที่คนไทยช่วยดูแลได้ง่าย App ครบ และไม่อยากกังวลเรื่องเพดานยอดขายของแผน

เลือก BigCommerce ถ้า: ธุรกิจของคุณเป็น B2B หรือขายต่างประเทศเป็นหลัก อยากได้ฟีเจอร์ครบในตัวโดยไม่ซื้อแอปเสริม และมีทีมเทคนิคที่ดูแลเองได้

สำหรับธุรกิจไทยส่วนใหญ่ เราแนะนำ Shopify เป็นค่าเริ่มต้น เพราะรวมความง่าย ระบบนิเวศ และการรองรับตลาดไทยได้สมดุลที่สุด ส่วน BigCommerce เหมาะเป็นตัวเลือกเฉพาะทางเมื่อโจทย์ B2B ชัดเจน

อยากได้คำแนะนำที่อ้างอิงจากสินค้าและแผนธุรกิจของคุณจริง ๆ? ทีม Cipher ให้คำปรึกษาและ Implement ระบบ E-Commerce ครบวงจรทั้งการติดตั้ง เชื่อมระบบชำระเงิน ขนส่ง และวางแผนการตลาด บริการ Shopify Implementation หรือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

BigCommerce ไม่เก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมจริงไหม?

เดิมทีจุดขายของ BigCommerce คือไม่เก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่มไม่ว่าใช้เกตเวย์ไหน แต่โครงสร้างใหม่ปี 2026 เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการที่ไม่ใช่พาร์ทเนอร์แบบฝังตัว (ราว 0.6–2% ตามแผน) จึงควรตรวจสอบว่าเกตเวย์ที่คุณจะใช้เข้าเงื่อนไขใด

แผนไหนของทั้งสองเหมาะกับร้านเริ่มต้น?

ทั้งคู่มีแผนเริ่มต้นราคาใกล้กันราว $29–39 ต่อเดือน สำหรับร้านใหม่ Shopify Basic ครอบคลุมการขายจริงจังได้ครบ ส่วน BigCommerce แผนเริ่มต้นมีเพดานยอดขายต่อปี หากคาดว่ายอดขายจะโตเร็วควรคำนวณเผื่อการอัปเกรดแผนไว้ด้วย

ย้ายจาก BigCommerce มา Shopify ได้ไหม?

ได้ มีเครื่องมือย้ายข้อมูลสินค้า ลูกค้า และคำสั่งซื้อทั้งแบบแอปสำเร็จรูปและบริการย้ายโดยเอเจนซี่ สิ่งที่ต้องวางแผนคือการออกแบบธีมใหม่ การตั้งค่า Redirect URL เพื่อรักษา SEO และการทดสอบระบบชำระเงินก่อนเปิดใช้จริง

แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับ B2B มากกว่า?

BigCommerce มีเครื่องมือ B2B ในตัวที่แข็งแรงตั้งแต่แผนระดับกลาง เช่น ราคาเฉพาะลูกค้า บัญชีบริษัท และการสั่งซื้อจำนวนมาก ส่วน Shopify ทำ B2B ได้ดีในแผน Plus ซึ่งราคาสูงกว่า หรือใช้แอปเสริมสำหรับความต้องการระดับเบื้องต้นถึงกลาง

Scroll to Top