Table of Contents
Marketplace คืออะไร?
ประเภทของ Marketplace มีอะไรบ้าง?
Marketplace แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่
- B2C Marketplace – แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ขายที่เป็นธุรกิจกับผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภคโดยตรง เช่น Lazada, Shopee, Amazon
- B2B Marketplace – แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างธุรกิจด้วยกัน เช่น Alibaba
- C2C Marketplace – แพลตฟอร์มที่ให้บุคคลทั่วไปซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เช่น Etsy, eBay
- Service Marketplace – แพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายบริการ เช่น Upwork, Fiverr
ความแตกต่างระหว่าง Marketplace และ E-Commerce ทั่วไป
Marketplace และ E-Commerce มีความคล้ายคลึงกันตรงที่เป็นช่องทางการค้าขายออนไลน์ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ
- E-Commerce เจ้าของเว็บไซต์จะเป็นผู้ขายสินค้าเอง
- Marketplace เจ้าของเว็บไซต์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขายหลายรายกับผู้ซื้อ เปรียบเสมือนตลาดนัดออนไลน์ขนาดใหญ่
ปัจจัยความสำเร็จของ Marketplace ชั้นนำ
กรณีศึกษา Lazada
- สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งระบบการค้นหาสินค้า การชำระเงิน การจัดส่งที่รวดเร็ว
- กิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เช่น Flash sale, คูปองส่วนลด, โปรโมชันฟรีค่าส่ง
- แคมเปญการตลาดที่น่าสนใจ เช่น Lazada 9.9, Lazada Birthday
- ขยายเครือข่ายผู้ขายอย่างกว้างขวาง พร้อมให้การสนับสนุนและอบรมเพื่อพัฒนาผู้ขายให้มีคุณภาพ
กรณีศึกษา Shopee
- ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Gamification มีเกมให้เล่นเพื่อรับคูปอง ป้อนโค้ดส่วนลด สร้างความสนุกในการช้อป
- กิจกรรม Flash Sale มีสินค้าลดราคาจำนวนมาก กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยการจำกัดเวลา
- มีระบบการชำระเงิน ShopeePay ที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย
- มี Shopee Mall ที่รวมแบรนด์สินค้าชั้นนำไว้ในที่เดียว สร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ
กรณีศึกษา Amazon
- สร้างมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศ ทั้ง Fulfillment by Amazon (FBA), Amazon Prime ที่ส่งสินค้าถึงมือภายใน 1-2 วัน
- นำ Big Data มาวิเคราะห์เพื่อแนะนำสินค้าให้ตรงใจผู้ซื้อ สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัว
- สร้างระบบรีวิวและเรทติ้งสินค้า เพื่อให้ผู้ซื้อประเมินสินค้าและผู้ขาย เพิ่มความน่าเชื่อถือ
- มีระบบ Amazon Logistics จัดส่งสินค้าเองได้ทั่วประเทศ ส่งได้รวดเร็วตรงเวลา
ข้อดีของการขายสินค้าผ่าน Marketplace
เข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมาก
Marketplace ชั้นนำ มีฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลที่เข้ามาใช้บริการทุกวัน ทำให้สินค้าของคุณมีโอกาสถูกเห็นและซื้อโดยลูกค้าจำนวนมาก ในขณะที่ E-Commerce ของคุณเองอาจต้องใช้เวลาสร้างฐานลูกค้านานนับปี
ช่วยประหยัดต้นทุนในการสร้างเว็บไซต์และการตลาด
การสร้างเว็บไซต์ E-Commerce เป็นของตนเอง รวมถึงการสร้างระบบต่าง ๆ การทำการตลาด SEO ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายสูง ในขณะที่ Marketplace ได้จัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแค่ลงทะเบียนเป็นผู้ขาย ก็พร้อมขายสินค้าได้ทันที
ระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่พร้อมใช้งาน
กลยุทธ์ Marketplace Marketing สำหรับผู้ขายออนไลน์
หากสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ของ Marketplace สามารถใช้บริการ Cipher ได้แล้ววันนี้!
สรุป
Marketplace ชั้นนำ อย่าง Lazada, Shopee, Amazon คือ แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการซื้อขายสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยจำนวนผู้เข้าชมมหาศาลและยอดขายสูงลิ่ว ร้านค้าออนไลน์ E-commerce จำนวนมาก จึงหันมาแข่งขันบน Marketplace เหล่านี้ การที่จะประสบความสำเร็จได้ คุณควรหาผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดออนไลน์อย่าง Cipher เป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาด และดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยประสบการณ์และความเข้าใจในกลไกของ Marketplace อย่างลึกซึ้ง ที่จะช่วยให้ร้านค้าของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด เหนือคู่แข่งรายอื่น ๆบน Marketplace ชั้นนำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Maketplace
Marketplace ในไทย มีอะไรบ้าง?
Marketplace ในไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่
- Shopee – แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ Cipher มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
- Lazada – ผู้บุกเบิก Online Marketplace ในไทย ที่มาพร้อมฟีเจอร์ LazMall รวมแบรนด์ดังไว้ที่เดียว
- Konvy – Online Marketplace สำหรับสินค้าความงาม
- Chilindo – แพลตฟอร์มขายสินค้าเกาหลี
Market Place หมายถึงอะไร?
Market Place คือ E Marketplace นั่นเอง หมายถึงแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกัน ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลาย เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวสินค้าได้ ส่วนผู้ขายเองก็ได้ประโยชน์จากการที่มีลูกค้าเข้ามาเยอะ โอกาสขายสินค้าได้ก็สูงขึ้น
ธุรกิจแบบ Marketplace คืออะไร?
ธุรกิจแบบ Marketplace คือ ธุรกิจที่สร้างแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันได้ง่ายขึ้น โดยตัวแพลตฟอร์มเองจะไม่ได้เป็นผู้ขายสินค้าเอง แต่ได้รายได้จากค่าคอมมิชชัน โฆษณา และบริการเสริมต่าง ๆ ตัวอย่างธุรกิจแบบนี้นอกจาก Marketplace อย่าง Shopee, Lazada แล้ว ก็ยังมีเช่น Uber, Airbnb, Agoda ที่เป็น Service Marketplace
ขายสินค้าใน Marketplace เสียเงินไหม?
โดยทั่วไป Marketplace จะเก็บค่าคอมมิชชันจากการขายสินค้าสำเร็จ อัตราคอมมิชชันจะแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์ม บางที่อาจมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า แต่หากสามารถขายสินค้าได้จำนวนมาก รายได้ที่ได้รับย่อมคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยที่ไม่ต้องลงทุนสร้างเว็บไซต์เอง อย่างไรก็ตาม การสร้างยอดขายให้สูง อาจจำเป็นต้องลงทุนทำการตลาดเพิ่มเติม เช่น การซื้อโฆษณาใน Marketplace การทำ SEO การจัดโปรโมชัน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่ควรคำนึงถึงนอกเหนือจากค่าคอมมิชชัน
การขายสินค้าบน Marketplace ชั้นนำ ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องมีความรู้ความเข้าใจในกลไกของมัน รู้จักใช้เครื่องมือทางการตลาดต่าง ๆ ให้เป็น และวางแผนการขายอย่างเป็นระบบ หากคุณต้องการประสบความสำเร็จและสามารถแข่งขันกับร้านค้าจำนวนมากได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง Cipher จะช่วยลดอุปสรรค ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการทำเงินบน Marketplace ได้อย่างมหาศาล